เนชั่นทีวี

ข่าว

ยึดเบนซ์นำศพเผานั่งยาง นักธุรกิจหญิง จ.สงขลา

04 มิ.ย. 2561 | Pattana_sri

ยึดเบนซ์นำศพเผานั่งยาง นักธุรกิจหญิง จ.สงขลา

ตำรวจยึดรถเบนซ์ ผู้ต้องหาจอดบ้านเครือญาติ คาดว่าใช้ยัดศพไปฆ่าเผานั่งยางนักธุรกิจหญิง จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรถอย่างละเอียด เพื่อหาหลักฐานประกอบคดี

คืบหน้าคดีฆ่าเผานั่งยาง น.ส.ภิญญดา แป้นจันทร์ อายุ 48 ปี หรือเจ้อ้อย เศรษฐีนีนักธุรกิจขายตรงและขายประกันที่จ.สงขลา ซึ่งในวันนี้นายกฤษฎา หรือโรจน์ ไหมขาว อายุ 49 ปี อดีตสามีได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้วแต่ยังคงปฏิเสธเสียงแข็งแม้จะมีหลักฐานมัดตัวหนาแน่น

ยึดเบนซ์นำศพเผานั่งยาง นักธุรกิจหญิง จ.สงขลา



ช่วงบ่ายวันนี้ (4 มิ.ย.61) เจ้าหน้าที่พบรถเบนซ์สีดำ รุ่น c200 หมายเลขทะเบียน ขค 333 สงขลา แล้วซึ่งเป็นรถของผู้ตายและจากแนวทางการสอบสวนพบว่าเป็นรถที่ใช้ยัดศพออกจากบ้านพักในต.พะวง อ.เมืองสงขลา ไปเผานั่งยางที่ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่

ยึดเบนซ์นำศพเผานั่งยาง นักธุรกิจหญิง จ.สงขลา



ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 15 กิโลเมตร โดยรถเบนซ์คันนี้ถูก นายกฤษฎา ผู้ต้องหาขับไปจอดไว้ที่บ้านเครือญาติหลังหนึ่งในพื้นที่อ.สิงหนคร จ.สงขลา และมีการถอดป้ายทะเบียนทั้งข้างหน้าและข้างหลังออก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำมาที่สภ.เมืองสงขลา และทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานทันทีทั้งภายในและภายนอกรถ ทั้งรอยคราบเลือด รอยลายนิ้วมือแฝงคนผู้ต้องหา และหลักฐานประกอบอื่นๆที่อาจจะหลงเหลืออยู่ภายในรถ นำมาประกอบคดี

ยึดเบนซ์นำศพเผานั่งยาง นักธุรกิจหญิง จ.สงขลา



สำหรับรถเบนซ์คันนี้ผู้ตายหวงมากและไม่ยอมให้ใครขับแม้แต่ นายกฤษฎา จึงเป็นหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่นำมาเชื่อมโยงประกอบคดีเอาผิดกับ นายกฤษฎา ที่ยังคงปฏิเสธเสียงแข็งแม้ว่าพยานและหลักฐานทุกอย่างจะชัดเจนแล้วก็ตาม

ยึดเบนซ์นำศพเผานั่งยาง นักธุรกิจหญิง จ.สงขลา






ในขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกันตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองสงขลาและฝ่ายสืบสวน สภ.คอหงส์ ได้ประสานชุดประดาน้ำของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ ไปดำน้ำในคลองระบายน้ำรอ 5 ห่างจากจุดที่เผานั่งยางศพประมาณ 500 เมตร พื้นที่หมู่ 5 บ้านท่านางหอม ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ เพื่อค้นหาโครงกระดูกของผู้ตายโดยเฉพาะกระดูกชิ้นใหญ่เช่นแขนและขา และกระดูกส่วนอื่นของร่างกายที่คาดว่าไฟยังไหม้ไม่หมด และอาจจะถูกนำมาทิ้งไว้ในคลองเพื่ออำพรางคดี แต่หลังจากที่ดำน้ำค้นหากว่า 2 ชั่วโมง บริเวนจุดที่ต้องสงสัยว่าน่าจะถูกนำกระดูกไปโยนทิ้ง แต่ก็ไม่พบโครงกระดูกหรือหลักฐานอย่างอื่นเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จึงถอนกำลัง และจะยังคงพยายามเดินหน้าค้นหาหลักฐานบริเวณรอบๆ จุดเกิดเหตุต่อไปเพราะเชื่อว่าน่าจะยังหลงเหลืออยู่

ข่าวล่าสุด