หลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.สืบสกุล มณีนวล ผกก.สอบสวน สภ.คอหงส์ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 และแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พบว่าที่เกิดเหตุมีร่องรอยของการเผาเหลือเพียงกองเถ้าถ่านพร้อมกับเศษลวดยางรถจักรยานยนต์ และพบแหวนเพชรอยู่ในกองเถ้าถ่าน 1 วง
หลังจากที่เจ้าหน้าที่กระจายตรวจสอบบริเวณโดยรอบก็พบก็เศษกระดูกกะโหลกศรีษะที่ถูกทุบจนเป็นชิ้นเล็กๆ และเศษกระดูกส่วนอื่นๆของร่างกายที่แตกละเอียด เช่นกันไม่สามารถนำมาต่อเป็นรูปร่างได้รวมทั้งฟันปลอมที่ตกอยู่ในพงหญ้าโดยคาดว่าศพถูกเผาจนทั้งเนื้อและกระดูกใหม้ไปกับกองไฟเกือบทั้งหมด และยังมีการนำเศษกระดูกที่เหลือไปทุบให้แตกละเอียดและกวาดทิ้งในพงหญ้าบริเวณรอบเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดไม่ให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใครและในบริเวณเดียวกันยังพบยางรถจักรยานยนต์ที่ยังไม่ได้เผาอีก 2 เส้น
ต่อมาได้มี นางปวีณา ขุนทรงอักษร อายุ 58 ปี พร้อมญาติได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเนื่องจาก น.ส.ภิญญดา แป้นจันทร์ อายุ 48 ปี หรืออ้อย น้องสาวได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมาและได้แจ้งความไว้ที่สภ.เมืองสงขลา และทันทีที่เห็นแหวนเพชร และฟันปลอมก็ยืนยันว่าเป็นแหวนเพชร ของ น.ส.ภิญญดา และผู้เสียชีวิตที่ถูกเผานั่งยางก็น่าจะเป็น น.ส.ภิญญาดา แน่นอน
จากการสอบสวนญาติทราบว่า น.ส.ภิญญดา เป็นนักธุรกิจขายตรงและขายประกันหน้าตาดีและมีฐานะ ได้หายออกไปจากบ้านตั้งแต่คืนวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับรถเบนซ์สีดำ ญาติจำเพียงตัว 333 และภายในบ้านพักเลขที่ 418/7 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ยังมีคราบเลือดด้วย
หลังเกิดเหตุทาง พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุและควบคุมสั่งการสืบสวนทางคดี ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบสวนพยานแวดล้อมพบตัวผู้ต้องสงสัยที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่า น.ส.ภิญญดา คือ นายกฤษฎา ไหมขาว หรือโรจน์ อดีตสามีที่ได้อย่าร้างกันไปแล้วแต่ได้กลับมาอยู่บ้านหลังเดียวกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันฉันผัวเมีย ในคืนเกิดเหตุชาวบ้านได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน กระทั้งหายตัวไปทั้งคู่พร้อมกับรถเบนซ์ซึ่งตำรวจกำลังติดตามตัวอดีตสามีมาทำการสอบสวน