เมื่อเช้าที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมชุดสืบสวน จากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย ตำรวจจาก บช.ก. บช.ภ.1.บช.สตม. บก.สส.บช.น.และตำรวจ บก.ป. เดินทางไปที่จังหวัดนครพนม หลังชุดสืบสวนตรวจสอบแกะรอยแล้วพบว่า พระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เดินทางไปที่จังหวัดนครพนม ก่อนจะหายตัวไปโดยคาดว่าน่าจะมีลูกศิษย์ที่สนิทกับพระพรหมเมธี ให้การช่วยเหลือในการหลบหนีข้ามไปฝั่งประเทศลาว
จากการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่เจาหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมพระผู้เถระผู้ใหญ่ วัดสระเกศฯและวัดสามพระยานั้น เป็นวันที่ พระพรหมเมธี ได้รับกิจนิมนต์ที่จังหวัดพิษณุโลก พอรู้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการจับพระคดีเงินทอนวัด พระพรหมเมธี จากเดิมจะกลับวัดสัมธวงศ์ ได้เปลี่ยนเป้าหมายเดินทางหลบหนีไปที่จังหวัดนครพนมทันที
โดยใช้รถตู้ ของโยมอุปัฏฐายิกา ซึ่งมีฐานะร่ำรวย พร้อมคนขับรถเดินทางไปที่ วัดป่าสุคนธรักษณ์ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม หลบอาศัยอยู่ในวัด จากนั้น โยมอุปัฏฐายิกา ได้ติดต่อไปหาผู้หญิง (สีกาจ.) มีฐานะคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระพรหมเมธี เช่นกัน ที่อยู่ในเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว ก่อนจะพาพระพรหมเมธี หลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามฝั่งทันที
จากการเปิดเผยของลูกศิษย์พระพรหมเมธี ทราบว่า พระพรหมเมธี รู้ข่าวมานานแล้วว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมในเรื่องเงินทอนวัด ถึงกับเปรยผ่านลูกศิษย์ว่า ไม่มีความกังวลแต่อย่างไร ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงมีช่องทางหลบหนีอยู่แล้ว เพราะมีญาติโยมที่เคารพบูชาจำนวนมากอยู่ในฝั่งประเทศลาว พร้อมที่จะพาไปอยู่ประเทศลาวทันทีถ้ามีเรื่องขึ้น
รายงานข่าวยังระบุว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พระพรหมเมธี หนีข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งสปป.ลาว โดยขึ้นเรือขาปลาชุนชนบ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 3 กิโลเมตร หลังจากข้ามแดนได้สำเร็จได้ไปพักที่โรงแรมดงชัย เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 31 พฤษภาคมได้ออกเดินทางต่อไปเมืองสองห้อง ซึ่งขึ้นไปทางทิศเหนือของ สปป.ลาว ห่างจากเมืองท่าแขกประมาณ 50 กิโลเมตร และเมื่อไปถึงจะมีคนมารับไปต่อ แต่ยังไม่ทราบจุดหมายปลายทางเป็นที่ใด
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตามประกบโยมอุปัฏฐายิกา ซึ่งมีฐานร่ำรวย กระทั่งสามารถควบคุมตัวได้ที่ จ.นครพนม บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ขณะกำลังเดินทางกลับมาจากฝั่ง สปป.ลาว โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวมาสอบสวนหาเบาะแสว่า พระพรหมเมธี ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด เพื่อจะได้ติดตามหรือประสานงานกับฝั่ง สปป.ลาว นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป