ทั้งนี้กรณีดังกล่าวมาจากการที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 60 ขอให้กกต.ตรวจสอบการถือครองหุ้นสัปทานของ 9 รมต. ที่ประกอบไปด้วย นายดอน นายอดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง นายพิเชฐ ดุรงคเวโรรจน์ รมว.ดิจิทัล นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงส์ รมว.พานิชย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นางกอบกาญจน์ วํฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาในขณะนั้น ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการในขณะนั้น พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงานในขณะนั้น หลังรัฐธรรมนูญ 60 มีผลบังคับใช้เมื่อ 6 เม.ย. 60 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญทำให้ความเป็นรมต.ต้องสิ้นสุดหรือไม่ ซึ่งกกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นตรวจสอบ และรายงานว่าคณะอนุกรรมการได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อกกต.ว่า การถือครองหุ้นของรมต. 8 คนนั้นไม่มีปัญหาเห็นควรที่กกต.จะยุติเรื่อง มีเพียงของนายดอนที่อาจมีปัญหาขัดรธน. เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในธุรกิจอยู่เกินกว่าร้อยละ 5 และไม่มีการแจ้งต่อปปช.ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ประชุมกกต.ก็ได้มีมติตามที่อนุกรรมการตรวจสอบเสนอให้ยุติเรื่องในส่วนของ 8 รมต. ขณะที่ในส่วนของนายดอนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่ายและที่สุดก็ได้มีการลงมติซึ่งในชั้นแรกผลการลงมติออกมาเท่ากัน 2 ต่อ 2 ทำให้นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ออกเสียงชี้ขาดอีก 1 เสียง จึงกลายเป็นมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 ว่าการถือครองหุ้นของนายดอนเข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
อย่างไรก็ตามยังเหลือคำร้องของนายเรืองไกรกรณีการถือครองหุ้นของ 3 รมต.ที่ประกอบด้วย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ น.พ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และการถือครองหุ้นของ 90 สนช. ที่กกต.ยังดำเนินการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ