วันที่ 31 พ.ค.61 ที่ศูนย์ร่วมด้วยช่วยชาวบ้าน จังหวัดขอนแก่น พระสุวิทย์ ญาณธมโม เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมดา จ.นครราชสีมา นายสุภิวัฒน์ ชุมยางสิม ชาว ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ นางนพรัตน์ เมืองจันทร์ชาว ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ร้องเรียนสื่อ ว่าถูกนายธีระวัฒน์ อัครเวชพิสิฐ ชาวอำเภอแวงน้อย จ.ขอนแก่น หลอกลวงจนต้องสูญเสียเงิน
พระสุวิทย์ ญาณธมโม เปิดเผยว่า เมื่อหลายปีก่อนนายธีระวัฒน์ เคยบวชเณรภาคฤดูร้อนที่วัด และเคยเข้ามาขอใช้พื้นที่วัดทำกิจกรรมค่ายอบรมคุณธรรมตอนเรียนมัธยม ทำให้รู้จักกันและติดต่อกับทางวัดเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วได้มาที่วัดอีกโดยบอกว่ามีงานที่ดีกำลังจะได้เป็นผู้จัดการบริษัทที่จังหวัดเชียงใหม่ ต้องการวัดถมที่ดินถมดินที่วัดจะสร้างพระใหญ่ อ้างว่าตัวเองมีรถเครื่องจักรหนักจำนวนหลายคัน และขออาสามาดำเนินการเรื่องการถมที่ให้ โดยขอแค่ค่าน้ำมันจากวัดเป็น จำนวนเงิน 8 หมื่นเท่านั้น
ซึ่งทางวัดก็ตกลงให้ทำพร้อมให้เงินค่าดำเนินการจำนวน 1 แสนบาท แต่หลังจากรับเงินกลับไปหลอกลวงผู้รับเหมาที่อยู่ในจ.นครราชสีมา มาทำงานแทนจนสุดท้ายเบิกเงินและยังได้ขอเบิกเงินจากวัด อ้างค่าใช้จ่ายอย่างอื่นรวมเป็นเงิน 250000 บาท และก่อนที่เความจะแตก เนื่องจากผู้รับเหมาจะไม่ทำงานต่อเพราะยังไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ทางวัดจึงทราบว่าถูกหลอกก่อนจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับนำเรื่องทั้งหมดโพสลงโซเชียลก็พบว่า ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่โดนหลอกก่อนจะรวมตัวกันมาร้องสื่อและเจ้าหน้าที่ในวันนี้
นายสุภิวัฒน์ ชุมยางสิม อายุ 27 ปี ผู้กำกับหนังเกี่ยวกับท้องถิ่นตำนานนายฮ้อยอิสาน เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเดือนกันยา 2560 ที่ผ่านมา ถูกนายธีระวัฒน์อ้างว่าสามารถหาผู้สนับสนุนในการทำหนังได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ยังก่อความเสียหายด้วยการไปเหมารถทัวร์เพื่อพานักแสดง ลงพื้นที่ถ่ายทำ แต่เบี้ยวค่าจ้าง นอกจากนี้ยังมีการจองโรงแรมที่พักระดับห้าดาว โดยอ้างว่าตนเองลืมบัตรให้ทีมงานเป็นคนจ่ายก่อน ซึ่งก็สร้างความเสียหายให้กับกองถ่ายหลายหมื่นบาท ซึ่งนอกจากนี้ยังได้เข้าไปตีสนิทกับญาติของตน อ้างว่าจะให้เป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ย ทำให้สูญเสียเงินกันไม่น้อย
ขณะที่นางนพรัตน์ เมืองจันทร์ชาว อายุ 59 ปี ชาว ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้บอกว่า เมื่อประมาณปี 2559 ลูกชายของตนสอบติดและมีชื่อสำรองนักเรียนนายสิบ ระหว่างสั้น นายธีระวัฒน์ได้มาหาและบอกว่ารู้จักกับนายทหารระดับสูงที่ค่าย ร.8 สามารถฝากได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย ตนเห็นว่าน่าเชื่อถือและอยากให้ลูกได้งาน จึงจ่ายเงินให้ไปรวม 380,000 บาท แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ ได้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า และนายธีระวัฒน์ได้ติดต่อกับตนมาเรื่อยว่าจะคืนเงินให้แต่ก็ไม่เคยได้จนถึงปัจจุบัน
รายงานแจ้งว่า นายธีระวัฒน์เคยก่อเหตุหลอกลวงแต่งชุดเลียนแบบข้าราชการ นักบิน เบี้ยวเงินทั้งค่าโรงแรม ค่าอาหาร ค่าเช่ารถ จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก และเช็คประวัติมีหมายจับ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ข้อหาพักโรงแรม ซื้อ บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มแล้วไม่จ่าย
โดยพระ พระสุวิทย์ บอกย้ำอีกว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและดำเนินคดีกับนายธีระวัฒน์ ไม่ให้ไปก่อเหตุและสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นอีก
ทั้งนี้พันเอกพิทักษ์ พลชูศรี หัวหน้าฝ่ายข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดขอนแก่น (กกล.รส.จ.ขอนแก่น) พร้อมด้วยนายทหารด้านกฎหมาย ตำรวจชุดสืบสวนสภ.เมืองขอนแก่น ได้รับเรื่องและเร่งดำเนินการเพื่อติดตามตัวนายธีระวัฒน์ มาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป