ล่าสุดวันนี้(31 พ.ค.) ทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง พร้อมทีมสัตวแพทย์ได้เคลื่อนย้ายวาฬออกจากพื้นที่ร่องน้ำคลองนาทับไปอยู่ที่บริเวณปากอ่าวห่างจากจุดเดิมประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งการเคลื่อนย้ายนั้นจนท.เป็นไปด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องของกระแสน้ำ เนื่องจากวาฬไม่สามารถว่ายน้ำได้เอง จนท.ต้องใช้เปลพยุงที่ผูกติดกับลำเรือ 2 ลำค่อยๆขยับไปอยู่ในพื้นที่เหมาะสมและปลอดภัย
นายสันติ นิลวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง เปิดเผยว่า ทีมแพทย์ได้ปักหลักตั้งทีมภาคสนาม ดูแลวาฬตัวนี้ต่อเนื่อง โดยภาพรวมของอาการป่วยยังอยู่ในภาวะทรงตัว ไม่ได้ทรุดตัวลงกว่าเดิม ทีมแพทย์ต้องให้ยาช่วย
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้คือภาวะติดเชื้อจากบาดแผล รวมทั้งต้องเร่งหาสาเหตุของอาการป่วยเพื่อการรักษาที่มีปรสิทธิภาพมากขึ้น โดยแผนการแผนการรักษาเบื้องต้นทางทีมสัตวแพทย์ต้องลงไปช่วยประคองตัวอยู่ในน้ำตลอดเวลา โดยมีการสลับสับเปลี่ยนทีมรอบละ 5 ชั่วโมง เนื่องจากวาฬยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หากปล่อยก็จะจมน้ำทันที
ส่วนการเคลื่อนย้ายวาฬมาอยู่ที่ปากอ่าว เนื่องจากเป็นทำเลที่เหมาะสมที่วาฬสามารถลอยตัวได้และที่สำคัญทีมแพทย์สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้สะดวกมากขึ้น