เนชั่นทีวี

ข่าว

เครือข่ายขอคืนฯดอยสุเทพ เข้าไหว้ "ปู่แสะ" ขอให้ช่วย "รื้อป่าแหว่ง"

28 พ.ค. 2561 | Pattana_sri

เครือข่ายขอคืนฯดอยสุเทพ เข้าไหว้ "ปู่แสะ" ขอให้ช่วย "รื้อป่าแหว่ง"

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เข้าร่วมพิธีเลี้ยงดง "ปู่แสะย่าแสะ" พร้อมเข้าไหว้ร่างทรง และขอให้ช่วยรื้อสิ่งก่อสร้างลงจากป่า และทางร่างทรงรับปาก-ขณะเดียวกัน ทางเครือข่ายยังรอดูวันที่ 18 มิ.ย.นัดส่งมอบงาน หากยืดเยื้อจะเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง

ที่บริเวณพื้นที่จัดพิธีกรรมประเพณีเลี้ยงดง เชิงวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ นำเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแม่เหียะ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สภาวัฒนธรรมเมืองแม่เหียะ ชาวบ้านในพื้นที่ และคณะศรัทธา ร่วมกันจัดงานพิธีกรรมเลี้ยงดง ปู่แสะ ย่าแสะ ซึ่งมีการนำควายที่เชือดแล้วทั้งตัวมาเซ่นไหว้ ปู่แสะและย่าแสะ ยักษ์ที่ปกปักษ์รักษาดอยสุเทพ และดอยคำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาตั้งแต่สมัยโบราณย้อนไปนับพันปี ซึ่งจัดขึ้นทุกวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 ตามจันทรคติของชาวเหนือ ซึ่งตรงกับ 28 พ.ค. ปีนี้ โดยมีประชาชนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ รวมจำนวนกว่า 500 คน มาร่วมพิธีในครั้งนี้ เนื่องจากสนใจประเพณีที่มีความแปลกเป็นอัตลักษณ์ มีมนต์ขลัง และมีความศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมาช้านาน

เครือข่ายขอคืนฯดอยสุเทพ เข้าไหว้ "ปู่แสะ" ขอให้ช่วย "รื้อป่าแหว่ง"



พิธีเริ่มตั้งแต่ช่วง 07.00น. ที่มีพิธีตั้งเครื่องบวงสรวง ตั้งขบวนแห่หีบพระบฎ (ภาพพระพุทธเจ้าพร้อมอัครสาวกบนผ้าใบ แทนพระพุทธเจ้า) โดยมีนางรำจำนวนกว่า 100 คนฟ้อนรำดอกไม้ตามขบวนพระบฎ อย่างสวยงาม เป็นระยะทางกว่า 1กิโลเมตรมายังลานพิธีกรรม ก่อนจะประดิษฐานพระบฎ บนต้นไม้ใหญ่ และร่วมสวดมนต์ตามพิธีกรรม พร้อมพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณปู่แสะ-ย่าแสะ เข้าสู่ร่างทรง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่วิญญาณเข้าประทับร่าง และลงจากที่ประทับมายังลาน เพื่อรับเครื่องเซ่น ประกอบด้วยควายรุ่นเขาเพียงหูสีดำ 1 ตัว ดอกไม้ธูปเทียน ผลไม้ต่างๆ และสุราขาว เป็นเครื่องเซ่นไหว้ และเมื่อร่างทรงได้ดื่มกินเนื้อควาย รวมทั้งอวัยวะภายใน และเลือดสดๆ รวมทั้งเหล้าดิบ เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะเดินไปหาประชาชนที่มากราบไหว้พร้อมกับลูบหัวให้พร โดยเชื่อว่าผู้ใดถูกร่างทรงปู่แสะย่าแสะสัมผัสจะสำเร็จผลทุกอย่างตามที่มุ่งหวัง มีความเจริญรุ่งเรืองชีวิตร่มเย็น ก่อนที่ร่างทรงจะได้เดินไปทำการกราบสักการะ ผ้าแขวนพระบฎ แสดงความนอบน้อม ก่อนที่ดวงวิญญาณจะกลับไปรักษาศีลต่ออีก 1 ปี


โดยในงานพิธีกรรมวันนี้ กลุ่มแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ที่ได้มีการจัดกิจกรรมคัดค้านการก่อสร้างโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ หรือหมู่บ้านป่าแหว่งมาอย่างต่อเนื่อง ก็ได้เข้าร่วมพิธีตลอดช่วงเช้า โดยมีการถวายพานขันดอกไม้ และระหว่างที่ร่างทรงปู่แสะย่าแสะกำลังจะเดินมา กราบสักการะ ผ้าแขวนพระบฎ ทางกลุ่มเครือข่ายก็ได้มีการชูป้ายขอให้ปู่แสะย่าแสะช่วยจัดการกับหมู่บ้านป่าแหว่ง และยังได้เข้าพบร่างทรงปู่แสะย่าแสะขอให้ท่านรื้อ และกำจัดสิ่งก่อสร้างอันไม่พึงประสงค์ออกจากผืนป่า ที่ปู่แสะย่าแสะ ดูแลรักษามาหลายพันปี

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า พิธีกรรมเลี้ยงดงในปีนี้ มีแนวทางคือ การรวมพลังศรัทธา เพื่อปกป้องผืนป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งตรงกันกับนโยบายเจตนารมณ์ของทางเครือข่ายขอทวงพื้นที่ป่าฯ โดยได้มีการเข้ามาขอให้ปู่แสะย่าแสะ ช่วยปกปักษ์รักษาดอยสุเทพ ขอให้ช่วยจัดการรื้อสิ่งก่อสร้างอันไม่สมควร ลงไปจากดอยสุเทพ ซึ่งทางร่างทรงพ่อปู่ก็รับปากกับตนแล้ว ทั้งนี้ตนยังให้สัญญากับปู่แสะย่าแสะว่า หากหมู่บ้านป่าแหว่งถูกรื้อและจัดการได้จริง ปีหน้าตนและชาวเชียงใหม่จะนำควายมาถวายเพิ่มอีก 1 ตัว


ขณะเดียวกันในเรื่องความคืบหน้าของการจัดการหมู่บ้านป่าแหว่งนั้น ขณะนี้รอคำสั่งแต่งตั้งกรรมการร่วม ที่ปล่อยให้ล่วงเลยมานาน คาดว่าจะออกภายในอาทิตย์นี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องเจรจาใดกันอีก ดังนั้นวันศุกร์ที่จะถึงนี้ทางเครือข่ายหวังว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งออกมา เพื่อจะได้กำหนดการดำเนินงานได้เสียที ว่าจะรื้อหรือฟื้นฟูกันอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นวันนี้ (28 พ.ค.61) ทางเชียงใหม่มีการจัดพระเพณีเดินขึ้นดอย (ป๋าเวณีเตียวขึ้นดอยไหว้สาป๋าระมีพระบรมธาตุดอยสุเทพ ที่จัดขึ้นในทุกปี ทางเครือข่ายก็จะร่วมเป็นอาสาสมัครทำความดี เป็นทีมเก็บขยะร่วมรณรงค์ให้ช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อรักษาดอยสุเทพให้สะอาดสวยงาม

เครือข่ายขอคืนฯดอยสุเทพ เข้าไหว้ "ปู่แสะ" ขอให้ช่วย "รื้อป่าแหว่ง"



และหลังจากนี้จะรอวันที่ 18 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันกำหนดส่งมอบงาน การก่อสร้างบ้านพักศาล ซึ่งตนและทางเครือข่ายถือเป็นวันกำหนดเส้นตายอีก 1 วัน หากศาลส่งมอบพื้นที่คืนให้กับธนารักษ์แล้ว เมื่อนั้นความชัดเจนจะมากขึ้น แต่หากถึงวันที่ 18 แล้วยังคงไม่ส่งมอบยังคงมีเจตนาการยื้อเวลาต่อไป ทางเครือข่ายก็จะประชุมลงมติอีกครั้ง เพื่อที่ดำเนินการเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้คนจะมากกว่าเดิมหลายเท่า


ทั้งนี้ การเลี้ยงดงปู่แสะย่าแสะนั้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาลเพื่อให้ประชาชนมีความรักและหวงแหนรักษาป่าไม้ให้คงอยู่และไม่ให้ใครเข้าไปบุกรุกทำลายธรรมชาติป่าต้นน้ำดังกล่าวให้เสียหาย ผ่านร่างทรงโดยอันเชิญดวงวิญญาณผู้ปกปักรักษาป่าแห่งนี้นามว่า "ปู่แสะ ยักษ์จิคำ" และ "ย่าแสะ ยักษ์ตาเขียว" โดยได้จัดพิธีปีละหนึ่งครั้งและมีความเชื่อว่าเป็นผู้รักษาป่าให้คงอยู่ ผู้บุกรุกจะพบกับเหตุเภทภัยต่างๆ


โดยตำนานเล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่เชียงใหม่ในสมัยบรรพกาล (ชาวลัวะ) อยู่กันแบบไม่เป็นสุขเพราะถูกยักษ์ 3 ตนพ่อแม่ลูก จับเอาชาวเมืองไปกินทุกวัน วันละ 1-2 คน จนชาวเมืองต้องหนีออกจากเมืองเนื่องจากกลัวยักษ์ ต่อมาพระพุทธเจ้า รับรู้ความเดือดร้อนของชาวบ้าน จึงได้เสด็จมาโปรดและแสดงอภินิหารแสดงธรรม ให้ยักษ์ 3 ตนได้เห็น จน 3 สามตนนั้นเกิดความเลื่อมใสและให้ยักษ์ทั้งสามตนสมาทานศีลห้าสืบไป ต่อมายักษ์ทั้งสามตนนึกได้ว่าพวกตนเป็นยักษ์ต้องประทังชีวิตด้วยการกินเนื้อ จึงได้ขอพระพุทธเจ้ากินควายปีละ 1 ตัว พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบ ให้ไปถามเจ้าเมืองเอาเอง ว่าแล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จออกจากดอยคำนั้นไป ก่อนไปพระพุทธองค์จึงได้สั่งไว้ว่าให้ยักษ์ทั้ง 3 ตน จงรักษาผู้คนในบ้านเมือง ให้อยู่เย็นเป็นสุข และ ขอให้สืบทอดรักษาพระศาสนาให้ครบห้าพันปี ยังความยินดีถึงพระอินทร์ ได้เนรมิตให้ฝนเงินฝนคำตกลงมาไหลเข้าไปยังพื้น ดอยแห่งนี้ ภายหลังมาดอยเหนือใต้จึงได้ชื่อว่า ดอยเงิน และดอยคำ


ยักษ์ทั้ง 3 ตนจึงได้ไปขอกับเจ้าเมืองลัวะ ซึ่งทางเจ้าเมืองก็ได้นำควายมาถวายให้ปีละ 1 ตัวและยักษ์ก็จะดูแลชาวบ้านชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป โดยแม้ยักษ์พ่อแม่ จะสิ้นไปแล้ว ชาวบ้านชาวเมืองก็ยังเกรงกลัวอิทธิฤทธิ์อยู่และหวังให้ปู่แสะย่าแสะ ช่วยกันรักษาพระพุทธศาสนาพร้อมช่วยกันดูแลชาวบ้านชาวเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข จึงได้มีพิธีเซ่นดวงวิญญานที่เรียกกันว่า เลี้ยงดง ต่อจากนั้นมาทุกๆ ปี เมื่อถึงเดือนเก้าออกของเมืองล้านนา ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องจะเอาผืนผ้ามาแต้มเป็นรูปพระบฏให้ดูเหมือนพระพุทธเจ้า เสด็จมาร่วมพิธีกรรมเลี้ยงผีปู่แสะ-ย่าแสะ หรือชาวบ้านเรียกผืนผ้ากันว่า ตุงพระบฏ (อิริยาบถ) มาแขวนให้แกว่งไปมาเหมือนดั่งภาพมีชีวิตโดยในตำนานเชื่อว่าจะทำให้ยักษ์กลัวและไม่กล้าที่จะกินมนุษย์อีกเพราะคิดว่าพระพุทธเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ส่วนด้านลูกยักษ์ได้รักษาศีลเป็นฤาษีมีนามว่า สุเทวฤาษี บำเพ็ญพรตอยู่ที่ถ้ำหลังดอยด้านทิศเหนือตั้งแต่อดีตกาล บางตำนานเชื่อว่ายังคงอยู่จนปัจจุบัน ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกดอยดังกล่าวว่า ดอยสุเทพ เรียกตามชื่อสุเทวฤาษีดังกล่าว

ข่าวล่าสุด