ส่วนเฟส 2 ตำรวจ ปปป.ตรวจสอบวัดเป้าหมาย จำนวน 47 วัด พบความผิด 23 วัด งบประมาณ 188 ล้านบาท เรียกคืนเงินทอน 141 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเงินทอนสูงถึง 74% โดยคดีเงินทอนวัดเฟส 2 มีผู้ต้องหา 19 คน ในจำนวนนี้มีพระสงฆ์ 4 รูป เป็นระดับเจ้าคณะเกือบทั้งสิ้น ขณะที่เงินทอนวัดเฟส 3 ตำรวจ ปปป.เพิ่งสรุปสำนวนส่งให้ ป.ป.ช.ไต่สวนต่อเมื่อไม่นานมานี้
"เงินทอนวัด" คือการทุจริตงบอุดหนุนวัด 3 ส่วน ส่วนแรก คืองบอุดหนุนสำหรับการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด เงินส่วนนี้ข้าราชการในสำนักพุทธฯ จะจัดสรรงบลงไปที่วัด แต่มีการขอคืนเงินในลักษณะ "เงินทอน" โดยอ้างว่าจะนำเงินไปพัฒนาวัดอื่น
ส่วนที่ 2 คืองบอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ทางสำนักพุทธฯ จะจัดงบอุดหนุนให้พระและฆราวาสที่สนใจ ได้เรียนหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยทางวัดจะเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นมา และแจ้งยอดผู้เรียนไป เพื่อเบิกงบอุดหนุน แต่ข้อมูลที่ตำรวจ ปปป.ตรวจพบ คือมีการแจ้งยอดผู้เรียนเกินจริง ขณะที่บางวัดไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมด้วยซ้ำ แต่กลับของบอุดหนุน
ส่วนที่ 3 คืองบเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นการทุจริตในรูปแบบการจัดอบรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา แต่มีการจัดโครงการซ้ำซ้อน เพื่อเบิกเงินจำนวนมากขึ้น บางวัดมีการจัดอบรม บรรยายหัวข้อต่างๆ / เบิกค่าวิทยากรถึงชั่วโมงละ 30,000 บาท และยังมีการจัดโครงการเดินทางไปต่างประเทศ โดยอ้างว่าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วย
นี่คือมหากาพย์เงินทอนวัดที่ "ล่าความจริง" นำมาสรุปให้ฟัง และเป็นหนึ่งในปฏิบัติการ "ดงขมิ้นใสสะอาด" ที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบกำลังดำเนินการอย่างขะมักเขม้น