จากกรณี เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ตำรวจ ทหาร และผู้นำหมู่บ้าน พร้อมอาวุธครบมือ ได้เข้าล้อมตรวจค้นพื้นที่ป่าแม่ทา บริเวณตรงข้ามตลาดของป่าแม่ทา ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน เพื่อทำการไล่ล่า นายเสกสรร เขื่อนแก้ว หรือ"เอ๋ควาย"อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 51 บ้านป่าไคร้เหนือ ต.หนองหล่ม อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ผู้ต้องหากักขังในคดียาเสพติดของสถานบำบัดพิเศษลำปาง หลังจากได้หลบหนีออกจาก โรงพยาบาลห้างฉัตรจังหวัดลำปาง เป็นผู้ต้องกักขังโทษในคดียาเสพติดซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ขณะนี้ผ่านการจำคุกได้เพียง 1 ปี โดยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอำเภอห้างฉัตร ช่วงเกิดเหตุได้ออกอุบายว่าปวดท้อง จะไปเข้าห้องน้ำ หลังจากกลับมาที่เตียงไม่นานนัก ก็อาศัยจังหวะผู้คุมเผลอ ปลดกุญแจวิ่งหนีออกไปได้ เมื่อใกล้รุ่งเช้าวันที่ 23 พ.ค.61 ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ราายงานข่าวความคืบหน้าล่าสุด เช้าวันที่ 27 พ.ค. 2561 ทางเจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ พื้นที่ภาคเหนือ ได้สนธิกำลังจากหลายฝ่ายร่วม 300 นาย พร้อมอาวุธครบมือทำการค้นหาตัวผู้ต้องขังชนิดแบบปูพรมในพื้นที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน หลังจากได้รับเบาะแสว่า เอ๋ควาย ผู้ต้องขังนั้นโผล่ออกมาช่วงกลางคืนเพื่อหาของกิน โดยมีคนพบถึง 5 ครั้ง จากคำให้การของชาวบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ยิ่งเพิ่มความพยายามที่จะจับกุม และเชื่อแน่ว่า จะสามารถจับกุมผู้ต้องขังได้ เพราะอีกไม่นานคงจะหิวโหย เนื่องจากไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าแปลกใจ ในป่าในพื้นที่ไม่ห่างไกลจากหมู่บ้านริมถนนในหมู่บ้านซึ่งผู้นำหมู่บ้านนั้นย่อมจะทราบพื้นที่ดีว่าน่าจะซุกซ่อนตัวอยู่ตรงไหน แต่ค้นเท่าไหร่ก็ไม่เคยเจอตัว จนทำให้คิดกันว่า ผู้ต้องขังรายนี้คงจะมีวิชาอาคม สามารถพรางตัวได้ จากการพูดคุยกันในวงเจ้าหน้าที่ ทราบว่า เอ๋ควาย นั้น เมื่อครั้งยังไม่ถูกจับกุมได้ย่องไปเรียนวิชาอาคมเรื่องการพรางตัวจากพระอาจารย์ชื่อดัง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ด้วย อาจจะมีส่วนในการพรางตัวจนไม่สามารถค้นหาตัวได้ง่าย ๆ ขณะนี้ทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งค่าหัว เอ๋ควายไว้ 10,000 บาท หากใคร จับกุมได้ ล่าสุดยังไม่สามารถมีหน่วยไหนจับกุมได้แต่อย่างใด และชาวบ้านเริ่มหวาดผวาหนักว่า คนร้ายรายนี้จะโผล่พื้นที่ใดและทำอันตรายหรือไม่ ได้แต่ภาวนาให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวโดยเร่งด่วน