เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) จับ "3 พระพรหม" สลายขั้ว มส.

24 พ.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว)  จับ "3 พระพรหม" สลายขั้ว มส.

ตำรวจกองปราบปราม และปอท. นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นวัดดังในกรุงเทพมหานคร คือ วัดสามพระยาวรวิหาร วัดสัมพันธ์วงศ์ และวัดสระเกศ พร้อมหมายจับพระชั้น "พรหม" 3 รูป ทั้ง 3 รูป ยังเป็นกรรมการ มส. เป็นเจ้าคณะปกครองสงฆ์ นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนใน มส. เปิดทางปฏิรูปวงการสงฆ์ได้หรือไม่ ไปติดตามกับ คุณสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี

"3 พระพรหม" อันประกอบด้วย พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร / พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 4-7 /พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 10 และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ


"3 พระพรหม" ล้วนแล้วแต่นั่งเป็น "กรรมการ มส." ทั้งสิ้น ที่สำคัญ คือ มีสิทธิที่จะเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นสู่ "ชั้นสมเด็จ"


พระพรหมแรก "พระพรหมดิลก" หรือ "เจ้าคุณเอื้อน" วัดสามพระยา ยังรั้งเก้าอี้ "เจ้าคณะ กทม." มีอำนาจในการคุมวัดและพระในเขตกรุงเทพมหานคร และจากสายสัมพันธ์ของเจ้าคุณนั้นไม่ธรรมดา เป็นเจ้าของประโยค ที่ติดตราตรึงใจไม่รู้ลืมว่า "ถึงอาตมาจะห่มจีวรสีเหลือง แต่หัวใจสีแดง" ซ้ำยังเป็น "กัลยาณมิตร" กับ "อดีตพระเทพญาณมหามุนี" อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จนเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า วัดสามพระยา คือ "ศูนย์กลางธรรมกายในเมืองหลวง"


พระพรหมที่สอง "พระพรหมเมธี" หรือ เจ้าคุณจำนงค์ แห่งวัดสัมพันธวงศ์ พ่วงเก้าอี้ "โฆษก มส." อีกตำแหน่งหนึ่งนั้น เป็น "ธรรมยุต" เพียงหนึ่งเดียวที่โดนคดีทุจริตเงินทอนวัด


เส้นทาง "พระพรหมเมธี" จำเริญรอยไปแนวทางเดียวกับ "พระพรหมดิลก" ชื่นชมยินดีกับแนวทางของวัดพระธรรมกาย กระทั่งเป็นที่รับรู้กันว่า วัดสัมพันธวงศ์นั้นเป็น "สาขาวัดพระธรรมกายในฝ่ายธรรมยุต"


เป็นพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูปหนึ่งที่เห็นดีเห็นงามกับโครงการ "ธุดงค์ธรรมชัย" ในฐานะโฆษก มส. เป็นผู้แจ้งมติ มส.ว่า อดีตพระธัมมชโย ไม่ปาราชิกขาดจากความเป็นภิกษุ เนื่องจากได้มีการคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว และยังไม่ถือเป็นการขัดต่อพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีไว้ตั้งแต่ปี 2542


พระพรหมที่สาม "พระพรหมสิทธิ" หรือ เจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศ นั่งตำแหน่ง กรรมการ มส. /เจ้าคณะภาค 10 แต่มิได้ทำให้ทรงอิทธิพลมากนัก หากเทียบกับ "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" เทียบได้กับ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ" เลยทีเดียว


"พระพรหมสิทธิ" ได้รับความไว้วางใจจาก สมเด็จเกี่ยว ให้มีตำแหน่งเป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รับผิดชอบงานพระธรรมทูตสายยุโรปและสแกนดิเนเวีย จึงมีความสัมพันธ์อันดีกับวัดพระธรรมกาย อาจกล่าวได้ว่า การที่วัดพระธรรมกาย ขยายอาณาจักรในยุโรป และสแกนดิเนเวียได้นั้น ล้วนแล้วแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าคุณแห่งวัดสระเกศรูปนี้


คดีเงินทอนวัด ยังมองไกลไปถึงว่า ถ้า "พระพรหมสิทธิ" หลุดจากตำแหน่ง มส. ตำแหน่งต่างประเทศก็หลุดลอยโดยอัตโนมัติ เพราะมีข้อบังคับว่า ตำแหน่งต่างประเทศ ต้องเป็น มส. ส่วนตำแหน่ง ภาค 10 นั้น เมื่อหลุดจาก มส. ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน แบบว่าหลุดเป็นพวง


ใช่เพียงเท่านั้น ถ้า "พระพรหมสิทธิ" หลุดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ จะเกิดการ "ล้างบาง" สายสมเด็จเกี่ยว โดยอาจจะมีการ "โยกคนนอก" เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เลยทีเดียว


เพราะนอกจาก 3 พระพรหม แล้วยังมี 2 เจ้าคุณ คือ พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน) และพระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ทั้ง 2 เจ้าคุณดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งงานนี้ "ศิษย์สมเด็จเกี่ยว" แห่งวัดสระเกศฯ โดนยกชุด


หากย้อนไปดูคำร้องทุกข์ ของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ว่า "การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-3 นอกจากกระทำผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย ไม่สมควรครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเจ้า คณะรอง และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส."


ที่ต้องจับตากันต่อไป ก็คือ มส. องค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย จะทำอย่างไรกับ "3 พระพรหม" กับอีก 2 เจ้าคุณเหล่านี้


และยังต้องจับตาต่อไปด้วยว่า นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสู่จุดเริ่มต้นปฏิรูปวงการสงฆ์ไทย ได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด