ก.ม.เด็กพิเศษดูแลไม่ครอบคลุม
นางดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธาน กอปศ. กล่าวว่า ในสภาพความเป็นจริงการดูแลยังไม่ครอบคลุม ส่งผลให้เด็กพิการ หรือเด็กพิเศษยังไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาและเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากนั้น ปัจจุบันนี้มีเด็กพิการที่เกิดความพิการแบบไม่เห็นเด่นชัด ได้แก่ เด็กโรคการเรียนรู้บกพร่อง(แอลดี) เด็กที่มีความบกพร่องและพฤติกรรมมีปัญหาทางการสื่อสาร เด็กสมาธิสั้น เป็นต้น ดังนั้น ในการบรรจุร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... จะมีการบรรจุเด็กพิเศษอย่างชัดเจน
แอลดี-ออทิสติกพัฒนาเป็นอัจฉริยะได้
ขณะนี้ประเทศไทยระบุว่ามีเด็กแอลดี จำนวน 3 แสนคน แต่เมื่อคณะทำงานได้สำรวจเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ พบว่าเด็กที่เป็นแอลดีจริงๆ มีเพียง 37% เท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่มีเด็กแอลดีจำนวนมาก เนื่องจากโรงเรียนไม่มีระบบคัดกรอง และเมื่อเห็นว่าเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็ระบุว่าเป็นเด็กแอลดีทั้งหมด เพราะเด็กกลุ่มนี้ไม่ต้องผ่านการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) อีกทั้งยังพบว่า โรงเรียนผลักให้เด็กแอลดีไปอยู่ในกลุ่มพิการ เพื่อให้ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเด็กพิการ 2,000 บาท
"หรือในส่วนของเด็กออทิสติก ในโรงเรียนยังขาดครูที่คอยดูแล ทั้งที่เด็กกลุ่มนี้หลายคนมีความอัจฉริยะ แต่เมื่อโรงเรียนไม่สามารถดูแลได้ก็จะผลักเด็กกลุ่มนี้ออกจากโรงเรียน หรือเด็กสมาธิสั้น ที่ตอนนี้มีจำนวนเพิ่มจากเดิม 5-10% เมื่อครูไม่เข้าใจพยายามผลักเด็กกลุ่มนี้ออกจากโรงเรียนเช่นกัน ทั้งที่เด็กกลุ่มแอลดี เด็กออทิสติก และเด็กสมาธิสั้น มีความสามารถสูง บางคนเป็นเด็กอัจฉริยะ ดังนั้นจึงถือว่าเด็กเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ หากได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง" นางดารณี กล่าว
มอบ
เขตสพท.สร้างห้องเรียนพิเศษ
ทั้งนี้ การปฏิรูปการศึกษา กอปศ.ให้ความสำคัญกับระบบคัดกรองเด็ก ช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ โดยจะมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไปคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อม เพื่อสร้างห้องเรียนพิเศษให้แก่เด็กเหล่านี้ที่อยู่ในบริบทของโรงเรียนทั่วไปก่อนเคลื่อนเด็กเข้าสู่ระบบการเรียนร่วมปกติ
พร้อมกับให้ สพท.จัดหานักจิตวิทยาประจำโรงเรียน รวมถึงอาจมีการอบรมให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ครูแนะแนวในเรื่องนี้ และการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ กอปศ.จะบรรจุเรื่องกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในร่าง พ.ร.บ.การศึกษา ฉบับใหม่ด้วย
บรรจุในร่างพ.ร.บ.การศึกษาใหม่
นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธาน กอปศ. กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษามุ่งดูแลและให้ความสำคัญกับเด็กเหล่านี้ให้มีคุณภาพและควรได้โอกาสในการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงดูแลไปถึงเด็กทีมีความเปราะบางทางสังคม เช่น พ่อแม่หย่าร้าง ลูกติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น ซึ่งต้องหาวิธีการบริหารจัดการที่แตกต่างอย่างหลากหลาย พร้อมกับหากระบวนการคัดกรองที่ถูกต้อง หรือจัดทำแผนปฏิรูปการศึกษาเฉพาะกลุ่มเด็กเหล่านี้
เพราะไม่อยากให้เด็กเหล่านี้เป็นตัวปัญหาของสังคมอย่างที่พบปัญหาคือ มีโรงเรียนบางแห่งอยากให้โรงเรียนมีลำดับคะแนนการทดสอบทางการศึกษาต่างๆ ที่สูง ก็พยายามกันเด็กเหล่านี้ไม่ให้มาเข้าสอบ เพื่อเป็นตัวถ่วง ฉะนั้น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่กำลังจัดทำจะมีการกำหนดเป็นมาตราหนึ่งสำหรับดูแลเด็กพิการ เด็กความสามารถพิเศษ และเด็กกลุ่มที่มีความต้องการดูแลเป็นพิเศษ
นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษา ปี 2542 ได้กำหนดในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเด็กพิการ กลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ซึ่งที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี การจัดการศึกษาเด็กพิการเป็นไปอย่างดี แต่ในกลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และกลุ่มเด็กด้อยโอกาสกลับไม่ได้รับการดูแล ตอบสนองตามความต้องการเท่าที่ควร