เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา "ชมรมเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อสันติธรรม" ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักเจรจาไกล่เกลี่ยจากหลายภาคส่วนในบ้านเรา ได้จัดเวทีเสวนาทบทวนบทเรียนและความก้าวหน้าในการเจรจาไกล่เกลี่ยในสังคมไทย ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น ซึ่ง "ล่าความจริง" ได้ส่ง คุณชลธิชา รอดกันภัย ผู้สื่อข่าวของเราไปร่วมสังเกตการณ์
เนื้อหาของงานเสวนา นอกจากจะเป็นการบอกเล่าประสบการณ์และความก้าวหน้าของกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อขัดแย้งต่างๆ ในสังคม ทั้งในกระบวนการยุติธรรม ศาล อัยการ ตลอดจนแวดวงทางการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว ตอนหนึ่งยังมีการพูดกันถึงกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งแบ่งสีของสังคมการเมืองไทยด้วย
คุณหมอวันชัย วัฒนศัพท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการความขัดแย้งและการเจรจาไกล่เกลี่ย ชี้ปัญหาว่า กฎหมายบ้านเรามีแต่รัฐธรรมนูญที่เขียนเฉพาะหมวดศาล สิทธิ และหน้าที่ แต่ไม่มีหมวดปรองดอง ฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่คู่ขัดแย้งอ้างศาล อ้างกฎหมาย และอ้างสิทธิ์ ผลก็จะเป็นแพ้กับชนะ แต่การเจรจาไกล่เกลี่ย ผลจะออกมาเป็น "ชนะ-ชนะ" หรือ "วิน-วิน"
คุณหมอวันชัย บอกด้วยว่า การเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทย กลุ่มนักสันติวิธีได้พยายามเข้าไปเจรจาตั้งแต่เกิดปรากฏการณ์ "เสื้อเหลือง-เสื้อแดง" มีการจัดเวทีสานเสวนาหาทางออก โดยเข้าพบผู้นำทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่กระบวนการยังก้าวไปไม่ถึง "จุดกึ่งกลาง" ที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันที่จะนำสังคมไปสู่สันติสุขได้
ปัญหาสำคัญที่คุณหมอวันชัย ได้พบเจอมาจากประสบการณ์ที่จัดเวทีเหล่านี้ก็คือ ตัวแทนแต่ละสีเสื้อที่มาพูดคุย ยังไม่ช่ "ตัวแทนที่แท้จริง" ฉะนั้นต้องคุยกับ "ตัวแทนที่แท้จริง" และมีอำนาจตัดสินใจ ที่สำคัญ กระบวนการพูดคุยเจรจา ต้องชวนให้ทุกฝ่ายมองไปข้างหน้า หา "จุดกลาง" ร่วมกัน ไม่ใช่พูดถึงแต่ "จุดยืน" ของแต่ละฝ่ายที่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้ ฉะนั้นความสำเร็จคือ "แสวงหาจุดร่วม" ที่พอยอมรับร่วมกันได้ และก้าวเดินต่อไปส่วนความผิดพลาดในอดีตที่แต่ละฝ่ายได้กระทำมา ก็ต้องขอโทษประชาชน ขอโทษคู่ขัดแย้งอีกฝ่าย ขอโทษเหยื่อ โดยต้องเป็นการขอโทษอย่างจริงใจ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยกัน