วันนี้ (20 พ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านสวนทุ่งนา ของนายสลิด บุญเยี่ยม อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 91 หมู่ 19 บ้านหนองผักบุ้ง ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ขณะที่นายสลิดไถนาแบบใช้รถไถเดินตาม หลังจากที่แบ็คโฮได้ขุดหน้าดินออกไป ก่อนหน้านั้นใบของไถของรถได้ไปกระทบกับสิ่งหนึ่งเข้า นายสลิดจึงได้จอดรถไถดูว่าเป็นอะไร ก็ต้องผงะเมื่อเจอกับเศียรพระพุทธรูปแบบโบราณวัดขนาดได้หน้าตักกว้าง 6 นิ้ว สูง 11 นิ้ว โผล่ขึ้นมาจากพื้นนาที่ตนไถ จึงเอามือกวาดดินออกเอาพระพุทธรูปดังกล่าวขึ้นมาจากดิน
และได้ลองหาดูรอบ ๆ ที่เจอพระพุทธรูปก็พบกับหินเป็นแท่งคล้ายกับสากบดยาแบบโบราณอีกหนึ่งอัน ยาวประมาณ 10 นิ้ว วัดรอบได้ 30 ซม. พร้อมกันนี้ข้างหินบดยาก็พบกับก้อนหินอีกก้อนหนึ่ง นายสลิด พิจารณาดูอย่างละเอียดเหมือนกับไม้ที่กลายเป็นหิน สันนิฐานว่าน่าจะเป็นไม้ที่เป็นยามีร่องรอยการสับและหั่นแล้วนำมาบดกับหินให้เป็นยา (จากการสะสมมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีจึงกลายมาเป็นหิน)
จากคำบอกเล่าของนายประโยชน์ มีทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองผักบุ้ง ทราบว่า ที่ตรงนี้เป็นเนินดินโบราณและมีสระน้ำโบราณที่ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ ชาวบ้านเขาเรียกว่าหนองแวง ในสมัยขอมรุ่งเรืองเคยมาอาศัยอยู่ตรงเนินดินตรงนี้และก็มีการอพยพทิ้งถิ่นฐานไปหลายพันปีแล้ว ชาวบ้านชาวกูย(ส่วย)จึงเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่แทนที่ก็มีการปรับพื้นดินตรงนี้ให้กลายเป็นที่นาของ ชาวบ้านหนองผักบุ้งดังกล่าว โดยเฉพาะลุงสลิด บุญเยี่ยม ที่ออกมาตั้งบ้านอยู่ที่ทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร ก่อนที่จะมาพบพระพุทธรูปองค์นี้ก็เคยไถนาเจอกับฐานพระพุทธรูปและถ้วยชามของเก่ามาก่อนแล้ว ก็รอให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบดูอีกครั้งว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยใดและอายุกี่ปี
ขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมากราบไหว้พระพุทธรูปโบราณสมัยพระเจ้าวรมัน ปรางค์นั่งสมาธิ มีพญางูใหญ่แผ่เเม่เบี้ยปรกอยู่เหนือเศียร อย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน