ถึงตอนนี้ดูเหมือนการปฏิรูปเศรษฐกิจจึงฝากความหวังไว้ที่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะภายใต้ฉากหน้าอันงดงาม ยังมีการตั้งคำถามว่ารัฐต้องแลกอะไรไปบ้างกับการเรียกนักลงทุนเข้ามา
ขณะที่การปฏิรูปเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เหมือนจะเดินหน้าในช่วงแรกกับการทวงคืนผืนป่า แต่ไปๆ มาๆ กลับขัดขาในหลายๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติที่ป่าให้เอกชน การรุกป่าของเจ้าสัวที่ทำอะไรไม่ได้ หรือกระทั่งอีอีซีที่เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ป่า จึงทำให้หลายคนยังตั้งคำถาม
มิพักต้องพูดเรื่องการปราบทุจริต ที่ทำได้กับเฉพาะฝ่ายตรงข้าม แต่กับฝ่ายตัวเองโดยเฉพาะคำถามที่พุ่งตรงไปยังคนวงในอย่าง "ประวิตร วงษ์สุวรรณ" กลับไม่สามารถเคลียร์ให้กระจ่างได้ จนกลายเป็นรอยด่าง
และที่สำคัญเรื่องความปรองดอง ที่ใครๆ ก็รู้ว่าความขัดแย้งไม่ได้หายไปไหน ซ้ำยังรอวันปะทุเพราะถูกกดด้วยอำนาจของ คสช.
จนถึงวันนี้กองหนุนของ คสช. จึงหายไปโขอยู่ และเป็นสาเหตุสำคัญที่การเลือกตั้งยังเกิดขึ้นไม่ได้ จนกว่าระบบการเมืองที่วางไว้ใหม่จะออกดอกออกผลเต็มที่ หรือถ้ายังทำไม่ได้ก็เพิ่มเงื่อนไขเข้าไป จนกว่าทุกอย่างจะมั่นใจ แต่จะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ยังตอบไม่ได้
ที่สำคัญ 4 ปีนั้นเริ่มยาวนานเกินไปสำหรับหลายๆ คน หากรั้งรอต่อไป แม้คิดว่าจะเป็นผลดี แต่อาจมีตัวแปรที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเอาง่ายๆ และวันนี้ตัวแปรเช่นว่าก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ แล้ว หรือถึงเวลาต้องทำตามสัญญาเสียที