++
ใบหน้า"แกนนำ-แนวร่วม"
++
กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นองค์กรที่รวมตัวกันหลวมๆ โดยมีนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเป็นผู้ปฏิบัติงาน และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กลุ่มหนึ่งเป็นที่ปรึกษา
สำหรับแกนนำที่เปิดหน้าเปิดตา และเป็นที่รู้จักของมวลชน มีอยู่ 3 คนคือ รังสิมันต์ โรม, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และณัฏฐา มหัทธนา
"โรม" หรือ "รังสิมันต์ โรม" นั้น เป็น "เด็กปั้น" ของกลุ่มอาจารย์ "คณะนิติราษฎร์" ซึ่งสมัยที่มีการเคลื่อนไหวรณรงค์ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 "โรม" ก็เป็นตัวแทนนักศึกษาที่กระโจนเข้ามาทำงานนี้อย่างแข็งขัน
"โรม" เป็นนักศึกษาปริญญาโทคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นศิษย์รักของ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" นักวิชาการหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นนักการเมือง โดยร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่
ปี 2558 โรมร่วมกับเพื่อนนักศึกษาหลายสถาบัน จัดตั้งกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ และออกมาทำกิจกรรมต้าน คสช. จนถูกจับกุม และเวลานั้น มีข่าวเกรียวกราวว่า "เอก" หรือ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ อยู่เบื้องหลังนักศึกษากลุ่มนี้ โดยเจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว
"จ่านิว" หรือ "สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์" หลายคนรู้จักเขาในฐานะนักศึกษาหัวแข็งคนหนึ่ง ที่ชอบออกมาเรียกร้องประเด็นต่างๆ อาทิ ยกเลิกระบบรับน้อง และปฏิรูประบบการศึกษา โดยตัวเขาเพิ่งเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ "จ่านิว" ออกมาทำกิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร ในนาม "กลุ่มพลเมืองโต้กลับ" ด้วยการเคลื่อนไหวหลากหลายรูปแบบ
"โบว์" หรือ "ณัฏฐา มหัทธนา" นักกิจกรรมอิสระ เริ่มสนใจการเมืองเมื่อมีรัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2557 เป็นแรงผลักให้เธอเริ่มออกมาทำกิจกรรมต่างๆ โดยการชักชวนของทนายอานนท์ นำภา
จากนั้น "โบว์" ได้จัดกิจกรรม "เปิดหมวกช่วยนักโทษการเมือง" และเป็นหัวหอกจัดงานเชิงสัญลักษณ์ "ไผ่ต้านลม 6 เดือนแห่งการจองจำ" โดยคนเสื้อแดงมักจะคิดว่า เธอเป็นทนายความ และมักเรียกว่า "ทนายโบว์" ซึ่งจริงๆ แล้ว เธอเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
นี่คือใบหน้า 3 แกนนำของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ส่วนมวลชนที่เข้าร่วมทำกิจกรรมนั้น ร้อยละ 90 เป็นคนเสื้อแดง โดยพวกเขามากันแบบกลุ่มย่อยๆ ส่วนใหญ่นัดหมายผ่านเฟซบุ๊ก และไลน์
ที่แสดงตัวชัดเจน ก็คนเสื้อแดง "กลุ่มเส้นทางสีแดง" หรือ "กลุ่มฟอร์ดเส้นทางสีแดง" และกลุ่มคนเสื้อแดงต่างจังหวัด อาทิ นนทบุรี, สมุทรปราการ, ปทุมธานี, ราชบุรี ฯลฯ
ด้าน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แจงว่า ในสถานการณ์นี้ ด้านที่แข็งแรงที่สุดในการขับเคลื่อนคือ พลังของคนหนุ่มสาว นิสิตนักศึกษา นปช.พร้อมเป็นแนวร่วมกับทุกฝ่ายที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ไม่มีแนวคิดผูกขาดการนำ วันหนึ่งเราอาจเดินอยู่แถวหน้า แต่ในบางวันเราก็พร้อมร่วมไปในขบวนจนกว่าจะถึงเส้นชัย
นักวิเคราะห์การเมืองที่คร่ำหวอดในยุทธจักรนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน มองชั้นเดียวเชิงเดียว ฟันธงงานนี้ นปช.ขอเป็น "กองหนุน" คอยเติมคนให้กลุ่ม "โรม-จ่านิว-โบว์"
++
สุมไฟให้โลกเห็น
++
การเคลื่อนไหวของ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นมา การจัดกิจกรรมภายในรั้วธรรมศาสตร์ 2 ครั้ง ปรากฏว่า มวลชนร่อยหรอ เพราะไม่มีแรงจูงใจให้ตื่นเต้น
การชุมนุมปักหลักพักค้าง และเดินขบวนไปทำเนียบ 22 พฤษภาคม จึงเป็น "เกมรุก" ที่ท้าทายแกนนำมือใหม่หัดขับ ซึ่งที่ผ่านมา พวกเขาประสบความสำเร็จในการคุมเกมมวลชน ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ ตกเป็น "เหยื่อ" สถานการณ์ความรุนแรง
ที่ฝ่าย คสช.เป็นกังวล ก็ตรงที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง มีกองหนุนชื่อ "แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย" (Amnesty International Thailand)
ล่าสุด แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้เปิดตัว "เครือข่ายการสังเกตการณ์และบันทึกการชุมนุมสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน" เพื่อสังเกตการณ์และบันทึกข้อมูลการชุมนุม โดยจะเริ่มงานตั้งแต่งานรำลึกพฤษภา 53 ของคนเสื้อแดง และยาวไปถึงวันนัดเดินขบวนของคนอยากเลือกตั้ง
พูดง่ายๆ กิจกรรมประท้วง 4 ปี คสช. จะอยู่ในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ที่คอยจับจ้องรัฐบาลเผด็จการทหารอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน "แดงนอก" ประกอบด้วย องค์การเสรีไทย, ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และกลุ่ม RED USA พร้อมจะตีข่าวเขย่า คสช. ด้วยการถ่ายทอดสดการเดินขบวนไปทั่วโลก
จะว่าไปแล้ว ฝ่ายการข่าวของ คสช. ก็อ่านเกมออกว่า กิจกรรมการเมืองของ "คนอยากเลือกตั้ง" ก็คือ ยุทธการล้มช้างของ "กลุ่มคนอยากล้ม คสช." นั่นเอง
ฉะนั้น การคุมสถานการณ์การชุมนุมมวลชน ไม่ให้เกิดภาวะอนาธิปไตย เป็นสิ่งที่ท้าทายฝ่ายความมั่นคงเป็นอย่างยิ่'