การติดตามเส้นทางเงินทอนวัด จนมาสู่การค้นบ้านหลังหนึ่ง และพบว่า น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ อาศัยอยู่ในฐานะแม่บ้าน และปกติเธอจะขายลูกชิ้นที่ตลาดสี่มุมเมือง
นุชรา ให้ปากคำกับตำรวจกองปราบ และปปง.ว่า มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัดและมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเอง ได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปถอนออกมามอบให้
ตำรวจยังไม่ชี้ชัดว่าเงินที่รับโอนมา 25 ล้านบาท โอนครั้งเดียว หรือหลายครั้ง และเงินนั้น เป็นเงินทอนวัดหรือ เงินค่าจ้างผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับวัด
แต่ นุชรา สิทธินอก นอกจากมับัญชีรับโอนเงินจากพระผู้ใหญ่ เธอยังมีชื่อถือหุ้น ใน หจก. ดี ดี ทวีคูณ จำนวน 14% โดยบริษัท ใช้บ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถ.ราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. เป็นสถานที่ติดต่อ ซึ่งบ้านหลังนี้มี ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และอดีตเลขานุการ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน
หจก. ดี ดี ทวีคูณ มีผลงานรับผลิตรายการโทรทัศน์ ปี 2554 เคยได้รับการว่าจ้างจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ให้ผลิตสื่อโทรทัศน์ และประชาสัมพันธ์โครงการ "รักเมืองไทย ใช่เลย" วงเงิน 4,000,000 บาท ระบุในเอกสารการจ้าง ว่า มี น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา และนายวิทยา โพธิ์เงินนาค เป็นหุ้นส่วน