พ.ต.ท.พิริยพงศ์ พงษ์สุวรรณ รอง ผกก.สืบสวน สภ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามแกะรอยคนร้ายแก๊งลวงหญิงชราวัย 73 ปี เพื่อหวังต้มตุ๋นและชิงเอาทรัพย์สิน ก่อนถูกนำไปปล่อยทิ้งเอาไว้กลางทางตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้ววานนี้ (16 พ.ค.61) ว่า หลังจากที่ได้ติดตามแกะรอยไปตามหาคนที่ชื่อนายสมนึก ที่บริเวณชุมชนหลังวัดทศราษฎร์เจริญมณีฤทธิ์ ย่าน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว
ปรากฏว่า นายสมนึก คนที่ออกมาแสดงตัวให้แก่หญิงชราพบเห็นนั้นไม่มีตัวตนอยู่ในพื้นที่จริง โดยมีแต่นายสมนึก ที่อยู่ในวัยชราภาพและป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ อีกทั้งภรรยาเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิตตามที่คนร้ายนำมากล่าวอ้าง และเมื่อสอบถามหาความแน่ชัดในรายละเอียดอีกครั้งจากนางวัชรี เหยื่อที่ถูกล่อลวงไปกลับทราบว่า แก๊งคนร้ายได้พาให้นั่งรถมาด้วยจริงๆ แต่ไม่ได้ให้ผู้เสียหายลงมาจากรถเพื่อไปพบกับนายสมนึก และระหว่างที่คนร้ายลงไปพูดคุยกับชาวบ้านก็นั่งอยู่แต่ในรถเท่านั้น
ส่วนนายสมนึก ที่ถูกอ้างถึงนั้นได้มายืนรออยู่ที่หัวมุมตึกบริเวณซุ้มประตูปากทางเข้าวัดทศฯ ริมถนนใหญ่สาย 304 เท่านั้น โดยไม่ได้เข้าไปจนถึงยังที่บ้านของนายสมนึกแต่อย่างใด โดยสรุปแล้วบุคคลที่ถูกนำมากล่าวอ้างถึงทั้งหมดนั้นเป็นเพียงตัวละครที่คนร้ายจัดฉากนำมาแสดงทั้งหมด โดยทั้งแก๊งนั้นขณะนี้ทราบว่ามีด้วยกัน 4 คน คือ นางโอ๋ นางเล็ก นายสมนึก และชายอีกหนึ่งคนที่แต่งกายด้วยท่าทางภูมิฐานทำหน้าที่แสดงตัวเป็นนายทุนว่าจะซื้อที่ดินเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ
โดยในวันพรุ่งนี้จะได้ไปติดตามเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดตามรายทางที่คนร้ายขับรถผ่าน โดยเฉพาะที่บริเวณชุมชนหลังวัดทศฯ และที่บริเวณธนาคารแห่งหนึ่งในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ที่คนร้ายพาเหยื่อไปเพื่อพยายามล่อลวงให้เห็นว่ามีการโอนเงินเข้ามาจำนวนมากจริง เพื่อให้เหยื่อตายใจและถอนเงินเข้ามาร่วมลงทุนในการไถ่ถอนที่ดินติดจำนองออกมาขายให้นายทุน พ.ต.ท.พิริยพงศ์ กล่าว