ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ นายนัฐพงษ์ จั๊บโกรย อายุ 68 ปี และนายผ่อง จั๊บโกรย อายุ 63 ปี พร้อมกับชาวบ้านในหมู่2 ได้มาให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาน้ำประปาหมู่บ้านนั้นสูบขึ้นมาจากบ่อน้ำแล้วนำไปขึ้นบ่อพัก ก่อนปล่อยลงมาให้ชาวบ้านได้ใช้ประมาณ 30 ครัวเรือน โดยไม่ผ่านการกรองแต่อย่างใด ซึ่งน้ำที่ปล่อยลงมานั้นบางครั้งก็จะมีสีดำคล้ายกับโคลน โดยเฉพาะเวลาที่ชาวบ้านใช้น้ำกันมากๆ น้ำก็จะขุ่นและดำมากและเมื่อนำมาใช้ก็จะมีกลิ่นเหม็น และเกิดอาการคันเวลาที่นำมาอาบน้ำ โดยเฉพาะเด็กๆนั้นเวลาไปสัมผัสกับน้ำก็จะคันและเกาจนเป็นแผลทั้งขาเป็นอย่างนี้มากว่า 4 ปี
ทั้งนี้ ไปร้องเรียนหลายหน่วยงานแล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่ทางหน่วยงานบอกว่ายังติดขัดเรื่องขอการใช้พื้นที่ เนื่องจากในบริเวณนี้เป็นพื้นที่ราชพัสดุ ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบอนุญาติให้ใช้พื้นที่ก่อนต้องให้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้เซ็นต์อนุมัติให้ก่อน แต่ก็นานมาแล้วก็ยังไม่มีการเซ็นต์ชื่อให้ใช้พื้นที่ตอนนี้มีฝนตกลงชาวบ้านก็อาศัยใช้น้ำฝนแต่ช่วงที่ไม่มีฝนตกลงมาก็จะต้องไปซื้อน้ำมาจากประปาสวนผึ้งที่อยู่ไกลออกไปมาใช้ทำให้ตอนนี้เดือดร้อนมากเคยสอบถามคนที่มาเก็บค่าน้ำประปาซึ่งคิดหน่วยละ 7 บาท ว่าขอให้ช่วยแก้ไขเรื่องน้ำขุ่นและเหม็น แต่ก็ไดรับคำตอบว่า ถ้าไม่อยากใช้ก็ไม่ต้องใช้จึงอยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายสมศักดิ์เหลืองจรุงรัตน์นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนผึ้งก็บอกว่าน้ำประปาหมู่บ้านของหมู่บ้านทุ่งไม้แดงนั้นเป็นประปาหมู่บ้านที่ชาวบ้านนั้นบริหารจัดการกับเองแต่ก็ทราบว่าได้รับการร้องเรียนเรื่องปัญหาน้ำประปาขุ่นและมีกลิ่นเหม็นมานานแล้วซึ่งทางอบต.ก็ได้จัดทำงบประมาณในการเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยจะทำการย้ายพื้นที่ในการทำถังประปาไปอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยโดยงบประมาณทุกอย่างนั้นเตรียมหมดแล้วแต่ติดปัญหาเรื่องของการขอใช้พื้นที่จากหน่วยงานทหารที่ดูแลพื้นที่อยู่ทางอบต.ได้ทำหนังสือไปขอให้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมาแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องส่งกลับมาว่าจะให้ใช้หรือไม่ให้ใช้ซึ่งทางอบต.ก็รอคำตอบอยู่ ถ้าให้ใช้ก็สามารถดำเนินได้เลย