เนชั่นทีวี

ข่าว

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน

15 พ.ค. 2561 | Pattana_sri

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน

ปส.เปิดยุทธการตามแผน "ชัยยะสยบไพรี 61/5 เด็ดดอกไม้พิษ" ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาได้ 20 คนจาก 18 คดี ยึดของกลางมูลค่ารวม 19,789,533 บาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 และพล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ร่วมกับตำรวจภูธร ภ.5 บก.ภ.จว.เชียงราย ทหารกองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ภาค 5 สำนักงานป้องกันการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ฝ่ายปกครอง ศุลกากร สรรพากร ฯลฯ เปิดยุทธการตามแผน "ชัยยะสยบไพรี 61/5 เด็ดดอกไม้พิษ" ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทั้งนี้เพื่อปราบปรามการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนักค้ายาเสพติด โดยเฉพาะการใช้บัญชีตัวแทนทั้งชาวไทยและเมียนมาในภาคเหนือเพื่อซื้อขาย ฟอกเงินและขนเงินจากการค้ายาเสพติด

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน



ปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นพร้อมกับทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ค.นี้ ใช้กำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมกันกว่า 1,500 นาย เป็นตำรวจ ปส.กว่า 750 นาย ทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวมกันกว่า 80 เป้าหมาย ในส่วนของพื้นที่ ภ.5 มีจำนวน 17 เป้าหมาย มี อ.แม่สาย เป็นเขตปฏิบัติการสำคัญเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบคดีสำคัญ เมื่อวันที่ 31 มค.2560 ตำรวจ ปส.ได้จับกุม นายณัฐพล นาคคำ พร้อมพวกพร้อมของกลางยาคีตามีนและไฟว์ไฟว์ จึงขยายผลจับกุมตัวนายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช ได้อีกคนและตรวจสอบพบมีการโอนเงินค่าซื้อยาเสพติดเข้าบัญชีชาวเมียนมาด้วย

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน



ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน



ต่อมาวันที่ 6 ก.พ.2561 ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จับกุมนายนิพนธ์ กลิ่นระรื่นและ น.ส.เฉลิมพร กรอนกระโทก พร้อมยาบ้าจำนวน 46,000 เม็ด ยาไอซ์ 1,570 กรัม พบมีการโอนเงินค่าซื้อเข้าบัญชีชาวเมียนมาคนเดียวกันด้วย ตำรวจ ปส.จึงสืบสวนธุรกรรมการเงินจนพบว่ามีนางเพ็ญศรี ก้างออนตา อยู่บ้านเลขที่ 150 ม.2 ต.ศรเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นคนไทยเป็นผู้ที่ทำธุรกรรมด้านการเงินให้กับกลุ่มเครือข่ายจึงได้ขออนุมัติหมายจับ ก่อนจะเข้าทำการจับกุมได้ที่บริเวณสี่แยกถนนบายพาสสายสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 บ้านสันผักฮี้ ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่าน.ส.ทับทิม ใหญ่ทอง บ้านเลขที่ 141 หมู่ 2 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำหน้าที่ด้านการเงินให้กับเครือข่ายการค้ายาเสพติดด้วย โดยตรวจพบว่าจากการที่ตำรวจจับกุมตัวนายไพบูลย์ โอสถ นายสิทะพงค์ แซ่ตัน และ น.ส.สุชาดา ขำยินดี พร้อมยาบ้า 60,777 เม็ด ได้ที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมาพบหลักฐานสลิปโอนเงินส่งให้เครือข่ายโดยมี น.ส.ทับทิม เป็นคนทำธุรกรรม

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน



จากการสอบสวนยังพบว่ามีขบวนการร่วมเครือข่าย ในการนำเงินออกนอกประเทศโดยผ่านบัญชีของนางเพ็ญศรี อีกหลายคน ประกอบด้วยน.ส.หอมนวล ยอดอ่อน อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 430 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย น.ส เมริกา ชาญอาวุธ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 2 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย และนายไส เทน มิน ชาวเมียนมา ซึ่งจับตัวทั้งหมดได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยนายไส เทน มิน มีหน้าที่ในการรับเงินจากนางเพ็ญศรีที่ทุกครั้งจะถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มกสิกรไทย สาขาแม่สาย ก่อนจะนำไปให้ทางน.ส.หอมนวล น.ส.ทับทิม และน.ส.เมริกา ลำเลียงข้ามด่านพรมแดนไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยใส่ถุงเป้ข้ามวันละประมาณ 1 ล้านบาท

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน



พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า แผนยุทธการชัยยะสยบไพรี 61/5 เด็ดดอกไม้พิษ เป็นการบูรณาการร่วมกันของกำลังด้านความมั่นคงทุกฝ่ายตามนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น โดยมีทาง ปส.เป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินการ โดยแผนปฏิบัติมีส่วนสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดแม้เส้นทางการเงินจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนในการค้าโดยตรง แต่ก็มีส่วนเชื่อมโยงการสนับสนุนให้เกิดการค้า ซึ่งเครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายใหญ่มีการเปิดบัญชีหลายบัญชี โดยพบบัญชีหนึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 240 ล้าน และอีกบัญชีมีสูงกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจะให้ทาง ปปง.ดำเนินการตามขั้่นตอนต่อไป

ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่าการปฎิบัติงานได้ผลเกินคาดเพราะสามารถตรวจยึดเงินสดของกลุ่มขบวนการที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อีกกว่า 9 ล้านบาท ที่กรุงเทพมหานครได้ยาอีกกว่า 1 ล้านเม็ด ผลิตภัณฑ์เกี่ยวยาเสพติด ยาอี ยาเค โดยเฉพาะไอซ์ที่ได้กว่า 60 กิโลกรัม โดยการค้ามีพฤติกรรมใช้ร้านทองบังหน้า มีการโอนเงินให้กับร้านทองเพื่อซื้อขายยาเสพติด เมื่อถูกตรวจสอบอ้างว่าเป็นการซื้อขายทอง ซึ่งให้ทางสรรพกรดำเนินการตรวจสอบแล้ว มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท สิ่งที่สำคัญคือวิธีการลำเลียงเงินจะใช้กลุ่มเด็กและเยาวชนใส่เงินสะพายเป้หลังเดินข้ามด่านซึ่งเป็นสิ่งง่ายเกินไป ซึ่งถึงเวลาที่จะต้องกำจัดเครือข่ายตรงนี้ ที่จับได้ในครั้งนี้เป็นเพียงเครือข่ายเล็กๆ ที่เป็นแค่ลูกหาบเท่านั้น ทำกันเป็นทีมซึ่งมีจำนวนมากหลายร้อยทีม กระจายไปพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ

ปส.เปิดยุทธการเด็ดดอกไม้พิษยึดของมูลค่ากว่า 19.7 ล้าน



ยอมรับว่าการจะปราบขบวนการเหล่านี้ให้หมดไปทำได้ยาก ลำพังเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการคงไม่หมดต้องได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆด้วย การปฎิบัตงาน 1-2 วันมานี้ทำให้ตอบโจทย์ได้ว่าสามารถสกัดกั้นตัวยา รุกคืบให้พื้นที่ที่ถูกรุกมาเข้าใช้พื้นที่แม่สายเป็นเส้นทางการเงินให้ถอยร่นไปในเขตประเทศเมียนมา ถือเป็นกรณีศึกษาได้ ตราบใดที่สกัดเส้นทางการเงินไม่ได้การค้ายาเสพติดก็ยังมีอยู่เพราะอำนาจเงินนั้นมีมาก สำคัญอย่างยิ่งจะต้องหาจุดเชื่อมโยงให้ได้ว่าเงินเหล่านี้จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้านไหน หากหาไม่ได้ก็ไม่มีความผิดมูลฐานที่จะจับกุมบุคคลเหล่านี้ได้

สำหรับการปฏิบัติการตามแผน "ชัยยะสยบไพรี 61/5 เด็ดดอกไม้พิษ" พบว่าสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้นจำนวน 20 คนจากทั้งสิ้น 18 คดี ยึดยาบ้าได้จำนวน 6,194,000 เม็ด เฮโรอีน 70 กิโลกรัม ยาไอซ์ 493 กิโลกรัม ยาอี 18,000 เม็ด ยาอีผง 1 กิโลกรัม คีตามีน 10 กิโลกรัม ใบกระท่อม 50 ใบ ปืน 3 กระบอก ตรวจยึดทรัพย์สินเป็นรถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง เงินสด 4,275,487 บาท อายัดเงินในบัญชี 5,397,046 บาท โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง รวมมูลค่าของกลางสิ้น 19,789,533 บาท

ข่าวล่าสุด