เพราะก่อนเกิดเรื่องที่ตลาดใหม่ดอนเมืองไม่นาน พ.ต.ท.สันธนะ เคยออกมาเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ "บิ๊กโจ๊ก" ในภารกิจปราบปรามโต๊ดเถื่อนสนามม้า ซึ่ง พ.ต.ท.สันธนะ อ้างว่า "บิ๊กโจ๊ก" เลือกปฏิบัติ และอาจมีนอกมีในกับเจ้ามือโต๊ดเถื่อนบางราย
ถึงเจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่มีประเด็นส่วนตัวกับ พ.ต.ท.สันธนะ แต่สังคมก็ยังตั้งคำถามอยู่ดีว่า ตำรวจท่องเที่ยวไปเกี่ยวอะไรกับภารกิจทลายแหล่งจำหน่ายเครื่องสำอางเถื่อน อาหารเสริมด้อยคุณธรรม และไปยุ่งอะไรกับปฏิบัติการปราบมาเฟีย
ประเด็นนี้ "บิ๊กโจ๊ก" อธิบายว่าเป็นการทำงานแบบบูรณาการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา
ปฏิบัติการดับซ่า พ.ต.ท.สันธนะ สังคมนินทาไปถึงขั้นว่าเป็นใบสั่งจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลหรือไม่ หรือว่างานนี้เป็นเกมดราม่าเบี่ยงเบนประเด็นข่าว โดยเฉพาะกระแส "พลังดูด" ของรัฐบาล ที่ทำให้ คสช.เสียรังวัดอย่างหนัก แต่ "บิ๊กโจ๊ก" ยืนกรานว่า เขาทำงานตามหน้าที่ ตามพยานหลักฐาน และไม่มีใบสั่งจากผู้มีอำนาจ แต่ก็เป็นธรรมดาที่การทำงานต้องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นอยู่แล้ว
จากการทำงานทั้งหมดนี้เอง ทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" ยืนยันความสำเร็จว่า ตำรวจใช้เวลา 7 วัน ตรวจค้น 3 วัน รวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งทำความจริงให้ปรากฏ นำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่ดำเนินการกรรโชกทรัพย์ทั้งหมด 11 ราย 45 หมายจับ เฉพาะหมายจับของ พันตำรวจโทสันธนะ มี 8 หมายด้วยกัน โดยตำรวจจะยังไม่หยุดแค่ตลาดใหม่ดอนเมือง แต่จะเดินหน้าจัดระเบียบตลาดอื่นๆ ด้วย เพื่อไม่ให้มีมาเฟียขูดรีดผู้ค้าสร้างความเดือดร้อนอีกต่อไป