อย่างไรก็ตาม เครือข่ายก็ยังเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมเกี่ยวกับป่าดอยสุเทพต่อไป ที่คาดว่าจะต้องมีการติดตามต่อเนื่องคือการที่อุทยานจะประกาศเขตพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งเป็นแนวดั้งเดิมที่มีอยู่ ขอให้ประกาศเป็นเขตอุทยานให้ชัดเจน และเชื่อว่าจะไม่มีป่าแห่ง 2 ,3 เข้ามาในพื้นที่แห่งนี้อีก คิดว่าการเคลื่อนไหวเรียกร้องในครั้งนี้จะเป็นดอยสุเทพโมเดล ที่จะประกาศให้ทั้งประเทศรับรู้ว่าสิ่งที่รัฐจะดำเนินการไม่ใช่จะต้องถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึง จารีตประเพณี วิถีชีวิตชุมชนด้วย
ทั้งนี้ สิ่งที่เครือข่ายดำเนินการนั้นเป็นการสะท้อนไปถึงภาครัฐในการที่จะดำเนินการใดๆ ให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก จะส่งผลกระทบกับประชาชนหรือไม่ถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำจะถูกกฎหมายก็ตาม เรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่รัฐจะต้องรับรู้ถือเป็นกรณีศึกษา จากที่เครือข่ายต่างๆ รวมกัน 16 องค์กรในเบื้องต้นและเริ่มขยายเป็น 52 องค์กร ร่วมกับประชาชนชาวเชียงใหม่ รวมกันอย่างเหนียวแน่น โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เชื่อว่าในสิ่งที่ดำเนินการมาถึงวันนี้จะเป็นบทเรียน ที่จะนำไปสอนลูกหลานได้ในอนาคต ถ้าประชาชนรวมมือกันจะทำเกิดสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ต้องขอบคุณไปถึงประชาชนทั่วประเทศที่ส่งกำลังใจให้กับเครือข่ายและประชาชนชาวเชียงใหม่ ให้มีแรงกำลังใจในการเรียกร้องขอคืนพื้นที่ป่า