เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้ว่าฯลงดาบ! ให้ปลัดออกราชการ เป็นสายยาเสพติด

04 พ.ค. 2561 | nation_ent

ผู้ว่าฯลงดาบ!
ให้ปลัดออกราชการ
เป็นสายยาเสพติด

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำคำสั่งให้ ปลัดหน้าห้องรองผู้ว่าฯ ออกจากราชการ พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ย้ำโยงใครพัวพันยาเสพติดเป็นข้าราชการไล่ออกเรียบ ขณะที่เมื่อคืนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์นำทีมเข้าระงับเหตุลูกเมายาคลั่งพยายามทำร้ายบุพการี และระงับเหตุพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงเมายาทำร้ายร่างกายกันขณะออกตรวจด่านชุมชน พร้อมเดินหน้ายุทธการฟ้าแดดสงยางปูพรมกวดล้างยาเสพติดทุกรูปแบบ


เมื่อวันที่4พฤษภาคม2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาตั้งแต่เวลา19.00น.-24.00น. นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัญย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อป.พร.และชรบ.หมู่บ้านที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จัดตั้งเวร-ยามตามถนนและจุดเสี่ยงต่างๆที่บ้านหามแห ต.โพนทอง บ้านหนาด ต.เหนือ และบ้านเชียงเครือ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์


พร้อมทั้งสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มวัยรุ่น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามยุทธการฟ้าแดดสงยาง และตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเป็นการขับเคลื่อนโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนสโมเดล เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นอุปสรรคหลักแก้ไขปัญหาความยากจน และขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เนื่องจากผลการประชาคมส่วนใหญ่ชาวบ้านต้องการให้แก้ไขปัญหายาเสพติด


ทั้งนี้ในระหว่างที่นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะกำลังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และสุ่มตรวจปัสสาวะอยู่นั้น ได้รับแจ้งเหตุในพื้นที่บ้านสะอาดสมศรี ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ว่า มีชายเมายาบ้า และเมาสุรา อาละวาด คุ้มคลั่ง ทำลายทรัพย์สิน ใช้มีดข่มขู่กำลังจะร้ายร่างกายและขู่ฆ่ามารดา เนื่องจากน้อยใจและคิดไปเองว่ามารดาไม่รัก จากนั้นผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ลงพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว


โดยเมื่อถึงสถานที่เกิดเหตุพบนายมนตรี สารบัญ อายุ46ปี อยู่ที่บ้านเลขที่27ม.4บ้านสะอาดสมศรี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในอาการเมาสุรา และเพิ่งก่อเหตุทำลายทรัพย์สินทุบกระจกบ้าน และข่มขู่พยายามที่จะทำร้ายร่างกายและด่านางทองดี สารบัญ คงสมของ อายุ60ปี แม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง


ซึ่งเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่นายมนตรี ได้พยายามวิ่งหลบหนีไป พร้อมกับอาวุธมีด เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวมาสงบสติอารมณ์ พร้อมกับตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ซึ่งปรากฏผลเป็นบวกมีสารเสพติด อีกทั้งนายมนตรี สารบัญ ได้ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง และดื่มสุราเมาด้วย จึงก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ได้ว่ากล่าวอบรมตักเตือน และให้เจ้าหน้าที่นำตัวส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย


อย่างไรก็ตามหลังระงับเหตุแรกได้ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็ได้รับแจ้งเหตุว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายกันระหว่างพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง ที่บ้านเลขที่101บ้านฉิมลี ม.2ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งนายไกรสร กองฉลาด ผู้ราชการ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้เข้าพื้นที่และพร้อมกับเจ้าหน้าที่และ ชรบ. ต.เหนือเข้าระงับเหตุ ซึ่งพบนายวิไลย์ หาอินทร์ อายุ44ปี ลูกเลี้ยง อยู่ในอาการอาละวาด คลุ้มคลั่ง และกำลังทำร้ายร่างกายกันกับ


นายไพบูลย์ จำปาธิ อายุ54ปี พ่อเลี้ยง โดยนายวิไลย์ มีอาวุธมีด ส่วนนายไพบูลย์มีท่อนไม้ไผ่ยาวประมาณ2เมตร แต่ถูกฟันเข้าที่โหนกแก้มข้างขวา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว จึงสอบถามสาเหตุ โดยลูกเลี้ยงอ้างว่าถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายก่อน จึงทำร้ายร่างกายพ่อเลี้ยงคืน และเกิดการทำร้ายร่างกายกัน เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้ก่อเหตุทั้ง2ราย ซึ่งปรากฏผลเป็นบวกมีสารเสพติด และทั้งสองรายก็ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริงจนมีอาการเมายา ควบคุมสติและอารมณ์ไม่อยู่จึงทำร้ายร่างกายกัน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้ง2รายส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย


ด้านนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนายศุภสิทธิ์ นาชัยเวียง ตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการที่ทำการปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์ หน้าห้อง นายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์อีกท่านหนึ่งไปพัวพันกับเครือข่ายยาบ้านั้น ขณะนี้ตนได้ทำคำสั่งให้ออกราชการไปเป็นที่เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการทำงาน ในด้านวินัยนั้นก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพราะถือว่าเป็นความผิดตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในส่วนของตำรวจหากผลการสอบพบว่าเป็นเรื่องของการสมคบที่ไปเกี่ยวข้องในส่วนของคดีอาญา ก็ให้ดำเนินคดีต่อไป


"ยุทธการฟ้าแดดสงยางนั้น เป็นไปตามนโยบาย รัฐบาล ที่ต้องการป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไป อีกทั้งยังเป็นการเป็นการขับเคลื่อนโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนสโมเดล ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นเป็นปัญหาหลักที่ในที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน และขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เนื่องจากผลการประชาคมส่วนใหญ่เกือบทุกหมู่บ้านประชาชนต้องการให้แก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างเข้มข้นและจริงจัง โดยเฉพาะการระดมกวาดล้างยาเสพติดทุกรูปแบบในช่วง3เดือน


ตั้งแต่วันที่1พฤษภาคม2561ถึง31กรกฎาคม2561เพื่อให้ยาเสพติดหมดสิ้นไป หรือไม่ก็ให้ลดลง เพื่อที่จะไม่เป็นภัยต่อลูกหลานเยาวชนและเป็นสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ซึ่งจะเห็นได้จากเหตุการณ์ทั้ง2เหตุนี้ ทั้งลูกพยายามขู่ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า และพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากเมายาบ้าทั้งหมด ดังนั้นเจ้าหน้าที่และประชาชนจะต้องร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันป้องกันและกวาดล้างยาเสพติดให้หมดไปจากสังคม"ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวอย่างไรก็ตามมีรายงานว่า นอกจากทั้ง18อำเภอ ซึ่งกำลังปูพรมตรวจปัสสาวะ ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันรวม1,719คน พบมีฉี่ม่วง จำนวน3คน


ขณะที่ข้าราชการทางปกครองกว่า1,400คน นั้น ยังไม่พบว่ามีฉี่สีม่วง ขณะเดียวกันทาง ด้าน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้นำข้าราชการตำรวจมาตรวจปัสสาวะ รวม181นาย ต่อหน้าเจ้าพนักงานปกครองอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งผลการตรวจก็ปรากฏว่าไม่พบฉี่สีม่วงแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด