เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบอีก 1 ผู้ต้องหาเอี่ยวฆ่าปาดคอโหดหนุ่ม สปป.ลาว

02 พ.ค. 2561 | jirasin_yin

รวบอีก 1 ผู้ต้องหาเอี่ยวฆ่าปาดคอโหดหนุ่ม สปป.ลาว

ตำรวจภูธรภาค4 รวบอีก 1 ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวฆ่าปาดคอหนุ่ม สปป.ลาวทิ้งป่าใน อ.อุบลรัตน์ สารภาพร่วมเผาทำลายรถยนต์เหยื่อ แต่ไม่มีส่วนร่วมในการฆ่า

ที่สถานีตำรวจภูธรอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค4 ควบคุมตัวนายวิรัตน์ หรือ แข้ว สังเภา อายุ 30 ปี ชาว ต.นาคำ อ.อุบลรัตน์ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆาตรกรรม ท้าวสุทัด ทัดจันดา อายุ 49 ปี ชาว สปป.ลาว มาสอบปากคำ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดจับกุมตัวได้ในช่วงเช้าที่ผ่านมา และนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหา หลังจากเจ้าที่ตำรวจ สืบสวนจนทราบว่า นายวิรัตน์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตรกรรมผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกฆ่าปาดคอแล้วนำศพไปทิ้งที่บริเวณป่าชุมชนบ้านด่าน ตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะเผาทำลายรถของผู้เสียชีวิตในพื้นที่บ้านดงเย็น ตำบลศรีสุขสำราญ อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น เพื่อทำลายหลักฐาน โดยมีชาวบ้านไปพบศพของผู้ตาย เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา


พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผู้กำกับการสืบสวน 3 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค4 กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนควบคุมตัวได้ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ขณะที่ผู้ต้องหาเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจากการสอบสวน นายวิรัตน์ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงมือเผาทำลาย รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน กม 9329 ขอนแก่น ของผู้เสียชีวิต ในพื้นที่บ้านดงเย็น ตำบลนางิ้ว อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายมืด ผู้ต้องสงสัยที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบสวนก่อนหน้านี้ โดย


จากการสอบสวน นายวิรัตน์ให้การว่า หลังจากที่นายมืดได้ลงมือฆ่าผู้ตายและนำศพไปทิ้ง ได้โทรศัพท์มาหานายวิรัตน์ เพื่อให้มารับพร้อมกับให้ซื้อนำมันเชื้อเพลิง ที่จะใช้เผาทำลายรถยนต์ของผู้ตายที่นายมืดและผู้ตายนั่งมาด้วยกัน โดยนายวิรัต์น์ได้ขับรถจักยานยนต์ออกไปตามจุดที่นายมืดนัดหมาย โดยได้แวะซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปั๊มแห่งหนึ่งใน อ.อุบลรัตน์ ตามคำสั่งของนายมืด เพื่อนำไปเผาทำลายรถยนต์


หลังจากที่ไปถึงจุดนัดหมาย ในพื้นที่บ้านดงเย็น ตำบลศรีสุขสำราญ อำเภอเขาสวนกวาง นายวิรัชน์ รับสารภาพภาพ ได้เป็นผู้ร่วมลงมือเผาทำลายรถยนต์ดังกล่าวจริง จากนั้นทั้ง 2 คนจึงขับรถจักรยานต์ซ้อนท้ายกันออกมา ก่อนจะแยกย้ายกันไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหากับ ผู้ต้องหา 2 ราย ต่อไป

ข่าวล่าสุด