วันนี้ "นายกฯลุงตู่" เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) โดยจะมีการแจ้งตำแหน่ง "จุดให้บริการประชาชน" ประมาณ 40,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการให้บริการในระบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ นอกจากนั้นในเดือนสิงหาคม จะยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของหน่วยงานรัฐที่ให้บริการด้านต่างๆ พร้อมเปิดใช้ "แอพพลิเคชั่น" เพื่อบอกข้อมูลการให้บริการของรัฐแก่ประชาชน
จากนั้นในเดือนตุลาคม จะเริ่มยกเลิกสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล และเดือนมกราคมปีหน้า จะเปิดใช้ระบบการประเมินผลความพอใจของประชาชนต่อการรับบริการ
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย คุณวิษณุ เครืองาม บอกว่า ท่านนายกฯมอบนโยบายให้เลิกใช้สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านมานานแล้ว ตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งก็ได้ทดลองดำเนินการมาตลอด วันนี้เป็นเพียงการติดตามความคืบหน้า โดยนับจากนี้ประชาชนที่ไปติดต่อราชการ แค่โชว์บัตรประชาชนใบเดียวก็เพียงพอ เพราะข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงกันหมดแล้ว ต่อไปจะพัฒนาไปถึงขั้นไม่จำเป็นต้องโชว์บัตร เพียงแค่บอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักเท่านั้น ทุกอย่างจบ
สรุปก็คือ ต่อจากนี้อีก 3 เดือนข้างหน้า ทุกส่วนราชการจะไม่เรียกสำเนาบัตรประชาชนจากประชาชนที่ไปติดต่อราชการ ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายเรื่องการถ่ายสำเนาเอกสารด้วย ส่วนประชาชนเองที่ต้องการติดต่อราชการ ก็ให้นำบัตรประชาชนไปอย่างเดียว และเมื่อพ้นไปอีกระยะหนึ่ง บัตรประชาชนก็ไม่ต้องควักออกมาใช้
นี่คือความคืบหน้าของยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหลายๆ เรื่องถูกนำไปผูกกับกรณีที่รัฐบาลจับมือกับ "อาลีบาบา กรุ๊ป" ในการผลักดันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซด้วย ที่ผ่านมาหลายคนวิจารณ์กันไปคนละทิศคนละทาง ว่าการดึง "แจ๊ก หม่า" มาไทย สุดท้ายแล้วคนไทยจะได้ประโยชน์ หรือถูกเอาเปรียบจากกลุ่มทุนยักษ์ที่เทคโนโลยีเหนือกว่ากันแน่ วันนี้ล่าความจริงมีรายงานพิเศษมาฝากกัน