ขบวนการต่อสู้เรียกร้องสิทธิของลูกจ้าง เกิดขึ้นครั้งแรกในหมู่เกาะอังกฤษเมื่อประมาณ 150 ปีที่แล้ว ก่อนจะแพร่ขยายรวมตัวกันเป็น "สหภาพแรงงาน" ภายใต้ชื่อโรงงานบริษัทต่าง ๆ..

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
ปัจจุบันตัวเลขสมาชิกสหภาพแรงงานในประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีมากกว่า 50 ล้านคน แต่ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดก็ตาม วัตถุประสงค์ของการต่อสู้ก็เพื่อต้องการมีอำนาจต่อรองกับนายจ้างในเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ค่าแรง สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ



สำหรับประวัติศาสตร์การรวมตัวของลูกจ้างในประเทศไทยถูกบันทึกไว้ว่าเริ่มต้นครั้งแรกประมาณปี 2440 หรือ 120 ปีที่แล้ว จากการรวมกลุ่มของ "คนงานรถราง" หวังก่อตั้งพัฒนาเป็นสหภาพแรงงาน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ



ช่วง ยุคมืดของสิทธิแรงงานเกิดขึ้นหลังทหารทำการรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2501 ใครกล้าเปิดตัวเป็นผู้นำแรงงานจะถูกจับพร้อมยัดข้อหาหัวซ้ายเป็น "คอมมิวนิสต์" ให้ทันที บายคนถึงกับโดนยิงเป้า

"ค่าแรง" สู่ "ค่าสุขภาวะ" แผนสู้แรงงานยุคใหม่




แต่ "กรรมกร" "ชนชั้นแรงงาน" หรือ "หนุ่มสาวโรงงาน" ก็ไม่ย่อท้อแอบรวมกลุ่มกันอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งยุคประชาธิปไตยเบิกบาน กลุ่มคนงานในโรงงานหลายแห่งพยายามรวมตัวกันประท้วงและยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ขอให้เปิดกว้างอนุญาตให้จัดตั้ง "สหภาพแรงงาน" เพื่อเป็นตัวแทนทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงคุ้มครองผลประโยชน์ของลูกจ้างไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบมากจนเกินไป โดยเฉพาะการทำตามมาตรฐานกติกาการจ้างงานของสากลเทียบเท่านานาประเทศ



จากการต่อสู้เรียกร้องอย่างไม่ย่อท้อ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารเผด็จการสู่ยุคประชาธิปไตย คนงานในโรงงานนัดประท้วงและนัดหยุดงานอย่างต่อเนื่อง เฉพาะปี 2517 มีบันทึกสถิติการประท้วงหยุดงานของกรรมกรสูงถึง 357 ครั้ง



ในที่สุดฝันก็เป็นจริงในยุครัฐบาลคึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ประกาศให้ประเทศไทยมี "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์" เป็นฉบับแรกเมื่อปี 2518



จุดมุ่งหมายคือเปิดโอกาสให้ลูกจ้างสามารถรวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงานเพื่อทำหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของลูกจ้างทุกคนที่เป็นสมาชิก เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ ความปลอดภัยในการทำงาน ค่าชดเชยต่างๆ



วันนี้ผ่านไป 43 ปี สถิติปี 2560 ประเทศไทยมีสหภาพแรงงาน 1,426 แห่ง แบ่งเป็น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 47 แห่ง สมาชิก 1.7 แสนคน สหภาพแรงงานในกิจการเอกชน 1,379 แห่ง สมาชิก 4.4 แสนคน รวมกันเป็น 6.1แสนคน

"ค่าแรง" สู่ "ค่าสุขภาวะ" แผนสู้แรงงานยุคใหม่



พร้อมกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันระลึกถึงการต่อสู้ของแรงงานเหมือนนานาประเทศ



แม้ยุคสมัยและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปแต่พลังการรวมตัวแรงงานไม่เคยเปลี่ยนแปลง



วันนี้ข้อต่อสู้เรียกร้องของพวกเขาข้ามมิติจากแค่เรื่องความยุติธรรมของเงินค่าแรงขั้นต่ำ สวัสดิการ วันหยุด ฯลฯ ไปสู่การเรียกร้องถึงความยุติธรรมด้านสุขภาพ



"มนัส โกศล" ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย หนึ่งในแกนนำผู้ต่อสู้เรียกร้องความเท่าเทียมให้แรงงานมานานกว่า 40 ปี ย้อนอดีตให้ฟังว่า ช่วงแรกข้อต่อสู้เน้นไปที่ขอเพิ่มเงินค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ในวันนี้คนทำงานทุกคนเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า เงินไม่ใช่คำตอบเดียว ต้องเน้นเรื่องสุขภาพด้วย




"ทำอย่างไรให้มีการเรียกร้องด้านสุขภาพมากกว่าเดิม ขอความปลอดภัยในการทำงาน ที่สำคัญคือไม่ใช่รอป่วยค่อยเบิกเงินมารักษา แต่ต้องเน้นการป้องกันโรค หรือหากใครไปหาหมอแล้วรักษาผิดพลาดพวกเขาต้องได้รับการเยียวยา หรือเมื่อเสียชีวิต เจ็บป่วยเรื้อรัง ก็ต้องได้รับเงินทดแทนที่เหมาะสม เช่น กรณีเสียชีวิตแต่ก่อนเบิกได้ 8 ปี หรือ 96 เดือน ตอนนี้กฎหมายใหม่บังคับใช้จะได้เพิ่มเป็น 10 ปี หรือ 120 เดือน หรือในกรณีเจ็บป่วยเรื้อรังจากไม่กี่แสนบาทก็เพิ่มเป็น 2 ล้าน"

"ค่าแรง" สู่ "ค่าสุขภาวะ" แผนสู้แรงงานยุคใหม่




อย่างไรก็ตามสถานการณ์คนทำงานในปัจจุบันยังมีการรวมพลังอยู่น้อยมาก โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อให้สังคมส่วนรวมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพราะสหภาพแต่ละแห่งมีสังกัดของตัวเองและยังไม่ค่อยเล็งเห็นความสำคัญในการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน



ประเทศไทยมีสหภาพแรงงานประมาณ 1,400 แห่ง มีสมาชิก 6 แสนคน ยังถือว่าเป็นตัวเลขน้อยนิด หากเทียบกับลูกจ้างในระบบที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านคน



"วิทยา บุญเติม" ประธานสหภาพแรงงานซัมมิทโอโตเทค ผู้นำแรงงานรุ่นใหม่อธิบายถึงปัญหาที่ลูกจ้างส่วนใหญ่ยังไม่อยากเข้าร่วมเป็นสมาชิก หรือไม่อยากมีส่วนร่วมเรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นว่า



"โรงงานผมมีพนักงานจริง 120 คน เป็นสมาชิกสหภาพ 80 คน นอกนั้นเป็นลูกจ้างชั่วคราวกับคนงานพม่ารวมประมาณ 500 คน ลูกจ้างบางคนกลัวว่าเป็นสมาชิกแล้วจะเป็นศัตรูของนายจ้าง พอไม่เข้าใจก็ไม่อยากเข้ามาร่วมเป็นสมาชิก ผมต่อสู้เรื่องนี้มา 9 ปี ตอนไปขอจัดตั้งสหภาพเพราะคิดว่าพวกเราไม่ได้สิทธิที่เป็นธรรม เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นในเครือเดียวกัน เช่น โบนัส ปรับค่าจ้าง สิทธิผลประโยชน์อื่น ในที่สุดก็ตั้งสหภาพสำเร็จช่วยกันต่อสู้จนได้เท่าเทียมกับโรงงานอื่นในเครือเดียวกัน สิ่งที่ภาคภูมิใจคือเราต่อสู้เพื่อลูกจ้าง สร้างความสุขให้พนักงานและครอบครัวพนักงาน"

"ค่าแรง" สู่ "ค่าสุขภาวะ" แผนสู้แรงงานยุคใหม่



ในวันนี้เป้าหมายการต่อสู้ของ "วิทยา" เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเริ่มเข้าใจว่าปัญหาสำคัญที่รุมเร้าเกิดขึ้นกับพนักงานเกือบทุกคน คือ สุขภาพที่ไม่ดีต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคความดัน เพื่อนร่วมงานบางคนเริ่มเป็นโรคไต โรคปวดหลัง ฯลฯ



"ตอนนี้พวกเรากำลังผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนสภาวะการทำงานให้มีอุปกรณ์เซฟตี้และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากขึ้นเพื่อลดการใช้แรงกำลังคน ผมพยายามใช้วิธีติดต่อกันด้วย กลุ่มไลน์อยากสื่อสารให้พนักงานทุกคนเห็นภาพรวมคล้ายๆ กัน ว่าสหภาพกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมต้องต่อสู้เพื่อสุขภาวะ" วิทยากล่าว



การพัฒนาสังคมสุขภาวะ (SocialWell-BeingDevelopment) กำลังเป็นข้อเรียกร้องใหม่ของกลุ่มผู้นำแรงงาน ทั้งนี้ "สุขภาวะ" หากอธิบายง่ายๆ ก็คือ "ภาวะที่เป็นสุข" หากเมื่อใดก็ตาม มนุษย์รู้สึกว่าตนเองกำลังอยู่ในภาวะเป็นสุข แสดงว่า "มีสุขภาวะ" แต่ถ้าใครไม่มีความสุขก็แสดงว่า "ไม่มีสุขภาวะ"



"สสส." หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พยายามจุดกระแสสร้างกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่มแรงงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและขับเคลื่อน นโยบายด้านคุณภาพชีวิต 3 ด้าน คือ ด้านสุขภาพ ด้านสวัสดิการ และด้านสิทธิ โดยมีเป้าหมายเสริมสร้าง "สุขภาวะ" ให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม



"ภรณี ภู่ประเสริฐ" ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. ให้ความหมายคำว่า "สุขภาวะ" หมายถึงการไม่มีโรค ความปลอดภัยในการทำงาน สภาพจิตใจที่เป็นสุขเห็นคุณค่าของตัวเอง และรู้สึกถึงการที่ตัวเองพลังเข้มแข็ง ความรู้สึกเท่าเทียมกันในด้านสังคมหรือไม่ถูกเลือกปฏิบัติในสังคม



"สสส.มุ่งเน้นสนับสนุนการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาวะให้คนทุกคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทย ทั้งแรงงานไทย แรงงานข้ามชาติ กลุ่มเปราะบาง คนในพื้นที่สาธารณะ หรือเรียกว่ากลุ่มชายขอบ ทุกกลุ่มล้วนมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกัน เนื่องจากการทำงานและการใช้ชีวิตที่ผ่านมา เป้าหมายของ สสส. คือ อยากสร้างเสริมสุขภาพวะหรือทำให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น" ผอ.ภรณี กล่าวอธิบาย


"ค่าแรง" สู่ "ค่าสุขภาวะ" แผนสู้แรงงานยุคใหม่

ในวันนี้ สหภาพแรงงานกว่า 1400 แห่งทั่วประเทศไทยยังคงรวมตัวกันเพื่อให้บรรลุวัตุประสงค์ ด้านค่าแรง ด้านสวัสดิการ พร้อมด้วยการต่อสู้ในมิติของ "สุขภาวะที่ดี" หมายความว่า ความก้าวหน้าในชีวิตของคนงานต้องรวมถึงร่างกายที่แข็งแรงด้วย

พลังต่อรองนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมและการประสานความร่วมมือจากผู้นำแรงงานรุ่นพี่สู่ผู้นำแรงงานรุ่นต่อๆ ไป



"นักข่าว"..เรียกร้องสิทธิแรงงาน !



ปัญหาการรวมพลังของสหภาพแรงงานนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับโรงงานหรือบริษัททั่วไป แม้แต่นักข่าวหรือสื่อมวลชนก็มีปัญหาเช่นกัน



ปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ ตัวแทน "สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย" เล่าว่า สหภาพของนักข่าว จุดประกายจากปัญหาช่วงการประท้วงของกลุ่มเสื้อเหลืองเสื้อแดง



"คนส่วนใหญ่อาจมองไม่เห็นว่านักข่าวเครียด แต่พวกเรารู้ดี ดังนั้นทุกๆ อุตสาหกรรมในการทำงานรวมถึงอุตสาหกรรมสื่อด้วย ช่วงนั้นมีม็อบสี 2 ฝั่ง นักข่าวทำงานหนัก ไม่มีวันหยุดพัก ทำให้จิตใจและสมองเกิดความเครียดสะสม พวกเรามองว่าถ้ายังปล่อยให้นักข่าวไปทำงานแบบนี้ทุกวัน ในระยะยาวอาจมีนักข่าวกลายเป็นคนเสียสุขภาพจิตได้ เลยมีแนวคิดว่าต้องรวมตัวกันก่อตั้งสหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนขึ้นมาเพื่อเรียกร้องให้เจ้าของธุรกิจเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในการทำข่าว"

"ค่าแรง" สู่ "ค่าสุขภาวะ" แผนสู้แรงงานยุคใหม่



ปราเมศ ยอมรับว่า นักข่าวหลายคนไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกสหภาพ เพราะนายจ้างยังไม่เข้าใจ นักข่าวหลายคนคิดว่าธุรกิจสื่อช่วงนี้ไม่ค่อยดีนัก ต้องเอาตัวให้อยู่รอดให้ได้ก่อน แต่ที่จริงการมาร่วมกันสมัครเป็นสมาชิกสหภาพให้จำนวนมากขึ้น ยิ่งทำให้มีอำนาจต่อรองกับผู้ประกอบการทั้งเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ เช่น ค่าจ้าง ประกันชีวิต ฯลฯ



สำหรับเป้าหมายล่าสุดที่พยายามต่อสู้เรียกร้อง คือ การจัดทำมาตรฐานค่าจ้างกลางให้เจ้าของสำนักข่าวหรือบริษัทสื่อทุกแห่งนำไปปรับใช้เป็น "มาตรฐานเงินเดือนนักข่าว"