"หากสามารถก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำยมได้ครบตามผลการศึกษา จะสามารถกักเก็บน้ำรวมกันได้ประมาณ 380 ล้าน ลบ.ม. และเมื่อรวมปริมาณความจุกับอ่างฯ ของเก่าที่มีอยู่แล้วในลุ่มน้ำยมจะทำสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้คิดเป็นร้อยละ 19 ของปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำยม แม้จะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาภายในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขานั้นๆ ได้ดีกว่าที่ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะหากรอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีการต่อต้านสูง ก็ไม่รู้ว่าจะก่อสร้างได้เมื่อไหร่" เลขาธิการสทนช.กล่าวย้ำ
ขณะที่ศรีเดช ชุมภูชนะภัยอดีตกำนันตำบลเชียงม่วน ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวถึงโครงการอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ว่าชาวบ้านในพื้นที่อยากได้โครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2519 แล้ว แต่กว่าจะได้มาก็ผ่านมาหลายชั่วอายุคน ตอนนี้ได้อ่างฯ มาแล้ว ก็มีความภาคภูมิใจมาก ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่อนุมัติโครงการ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริด้วย ต่อไปพี่น้องเชียงม่วนก็จะได้ใช้ประโยชน์ ทุกวันนี้ทำนาได้ปีละครั้งเดียว ต่อไปก็จะทำได้ปีละสองครั้ง ในอนาคตอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก็ยังจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่อีกด้วย เพราะอำเภอเชียงม่วนเป็นเขตติดต่อของจังหวัดน่าน ห่างกันแค่เพียง 66 กิโลเมตรเท่านั้น
ทั้งนี้ โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างกั้นลำน้ำปี้ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำยม ที่บ้านปิน ต.เชียงม่วน อ.เชียงม่วน จ.พะเยา มีระยะดำเนินการ 6 ปี (2559-2564) วงเงินทั้งสิ้น 3,981 ล้านบาท เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง สันเขื่อนมีความยาว 810.00 เมตร กว้าง 8.00 เมตร สูง 54.00 เมตร มีความจุในระดับเก็บกัก 90.50 ล้านลบ.ม. พร้อมทั้งจะมีการก่อสร้างระบบส่งน้ำความยาว 75.00 กิโลเมตร
การก่อสร้างตัวเขื่อนใช้เทคโนโลยีคอนกรีตบดอัดแน่น (RCC : Roller Compacted Concrete) โดยใช้เถ้าลอยลิกไนต์จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมาผสมกับคอนกรีต เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีแหล่งดินที่เหมาะสม อีกทั้งยังสามารถประหยัดงบประมาณและเวลาในการก่อสร้างได้ด้วย ทั้งนี้จะสามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานได้ถึง 28,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่เชียงม่วนบ้านมาง และสระ มีราษฎรได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 7,520 ครัวเรือน
นอกจากนี้ยังสามารถส่งน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่รับน้ำจากฝายแม่ยมจ.แพร่ ในช่วงฤดูแล้งได้อีกกว่า 35,000 ไร่ มีราษฎรได้รับประโยชน์อีกกว่า 1,500 ครัวเรือน รวมทั้งยังจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ปศุสัตว์ และอุตสาหกรรม ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำในเขต อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ช่วยตัดยอดน้ำที่จะไหลลงสู่ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูน้ำหลาก ตลอดจนช่วยสนับสนุนกิจกรรมการใช้น้ำอื่นๆ เช่น รักษาระบบนิเวศ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดอีกด้วย
ใช้เวลา40 ปีกว่าจะได้สร้างอ่างฯน้ำปี้
พล.อ.ฉัตรชัยยอมรับว่าที่ผ่านมาในบริเวณพื้นที่หัวงานนั้นอยู่ในเขตเสี่ยงภัยทางความมั่นคง จึงยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในขณะนั้น ต่อมาในปี 2554 เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในพื้นที่ลุ่มน้ำยม รัฐบาลจึงได้ทบทวนและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบกับโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนให้เร่งก่อสร้างโดยด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำและส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในเขตอำเภอเชียงม่วนและยังมีปริมาณน้ำเหลือส่งให้แก่การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตโครงการชลประทานแม่ยมได้ด้วย- ปี2519 ราษฎรในเขต อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ร้องเรียนผ่านสภาผู้แทนราษฎร ว่าขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก โดย เฉพาะช่วงฤดูแล้งและฝนทิ้งช่วง
- เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พะเยาที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
- กรมชลประทาน จึงได้เริ่มพิจารณาโครงการ โดยจัดทำรายงานเบื้องต้นในเดือนธันวาคม 2520 และในปี 2551 ได้จัดส่งรายงานการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ สผ.พิจารณา (เริ่มทำการศึกษารายงานผลกระทบฯ ปี พ.ศ.2542)
- ปี พ.ศ.2554 เกิดมหาอุทกภัย รัฐบาลมีนโยบายจัดหาแหล่งเก็บกักน้ำในลุ่มน้ำตอนบน กรมชลประทานจึงได้ศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำ โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำเมื่อกรกฎาคม 2555 และรายงานแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2556
- 11 มีนาคม 2557 คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เห็นชอบรายงานโครงการศึกษาทบทวนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พะเยา
- 17 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พะเยา
- 20 เมษายน 2558 คณะรัฐมนตรีรับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
- 12 พฤษภาคม 2558 คณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้ให้ความเห็นชอบการดำเนินการโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พะเยา
- 3 พฤศจิกายน 2558 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เปิดโครงการพร้อมผ่อนผันการใช้พื้นที่คุณภาพชั้น 1 เอ จำนวน 21 ไร่
แผนงานก่อสร้างโครงการ
ระยะเวลาก่อสร้างโครงการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559-2564)