จากการสอบถาม นายนพรัตน์ หรือเฟส ลูกชายสารวัตรกำนัน ต.แห่งหนึ่ง ใน อ.บ้านด่าน ให้การว่า ปกติมีอาชีพตัดอ้อย แต่ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนแนะนำให้รู้จักกับชายคนหนึ่งอยู่ใน อ.คูเมือง ผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นสนทนากันกระทั่งมีการซื้อขายยาบ้าผ่านทางเฟซบุ๊ก ครั้งละ 3 เม็ดๆ ละ 150 บาท ในราคาเหมา 400 บาท ตนนำมาขายต่อได้ 3 เม็ด 500 บาท มีกำไร 100 บาท โดยไม่เคยเจอหน้าตากัน จะนัดส่งยาบ้ากันตามจุดวางไว้ป่าอ้อยข้างทาง ซึ่งได้สั่งซื้อยาบ้าผ่านเฟซบุ๊ก อาทิตย์ละ 6 เม็ด ทำมาแล้ว 1 เดือน ก่อนจะถูกจับกุม ส่วนที่ใช้อาวุธปืนอัดลมยิงใส่เจ้าหน้าที่ เพราะความตกใจกลัวจะถูกจับ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด
ด้านนายจตุรงค์ วิชัยดิษฐ์ ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง อ.บ้านด่าน กล่าวว่า ขณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าขอตรวจค้นยาเสพติด แต่นายเฟส กลับขัดขืนและยังยิงปืนใส่ แต่โชคดีที่เป็นปืนอัดลมและกระสุนเป็นลูกดอกไม้ จึงบาดเจ็บไม่สาหัส พร้อมกันนี้ยังได้โชว์พระที่ห้อยคอ เป็นหลวงปู่ทวด ปี 2505 ที่พ่อให้มา จะห้อยติดตัวประจำด้วย
จากนั้น เจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัว นายนพรัตน์ หรือ เฟส เนียนไธสง พร้อมของกลาง อาวุธปืนยาว แบบไทยประดิษฐ์ (อัดลม) จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน (ไม้ปลายแหลม คล้ายลูกธนู) บรรจุในลำกล้องอาวุธปืน จำนวน 1 ดอก ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในถุงหลอดกาแฟ จำนวน 3 เม็ด ส่ง พ.ต.ท.วัฒนา นางาม สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานให้ได้รับบาดเจ็บในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป