ก่อนอื่นเราไปรู้จักกับข้อหา "ตัวการร่วม" กันก่อน รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด คุณโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง บอกว่า ตัวการร่วม ก็คือร่วมกันกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ระบุว่า "ความผิดใดที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ผู้ที่ได้กระทำผิดร่วมกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น"
อย่างกรณีของดาราหรือเน็ตไอดอล ที่ตำรวจกำลังจะเรียกมาสอบสวนว่าเป็นตัวการร่วมกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชนกับเครือข่ายเมจิกสกินหรือเปล่า หรือแค่รับรีวิวโฆษณาสินค้า ก็ต้องไปสอบสวนหาหลักฐานให้ชัดเจนว่าเค้ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร มีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำความผิดอย่างไร ผิดข้อหาไหน ดาราเค้ารู้หรือไม่ว่าสินค้าที่รับโฆษณาให้มีปัญหาผิดกฎหมาย ตำรวจต้องสอบสวนให้ได้ความว่า "รู้ทั้งรู้ว่าสินค้าจ้างให้มาทำการรีวิวโฆษณานั้นผิดกฎหมาย แต่ดาราก็ยังรับจ้างรีวิว" ซึ่งประเด็นนี้ค่อนข้างจะพิสูจน์ยาก เพราะเหล่าดาราเค้าออกมาปฎิเสธว่าแค่รับจ้างไม่รู้ว่าสินค้าผิดกฎหมาย
แต่ถ้าเป็นกรณีที่ดาราออกมาประกาศโฆษณาชัดเจน สังคมรับรู้ว่า เครื่องสำอางตัวนี้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวนี้เป็นของเค้าเองเลย ดังที่จะเห็นดาราหลายคนออกตัว ว่าเครื่องสำอางตัวนี้ ครีมบำรุงตัวนี้บายดาราคนนี้ ลองใช้สิหน้าสวยวิ้งค์ขาววอกอะไรทำนองนี้ ไม่ว่าจะลงทุนเอง มีหุ้นส่วน มีหุ้นลมหรือเป็นตัวแทนเชิดของนายทุน (ตัวแทนเชิดเป็นภาษาตามกฎหมายหมายแพ่ง) คือยอมให้นายทุนใช้ตัวเองเป็นพรีเซนเตอร์เป็นเครื่องหมายการค้าการโฆษณาขายสินค้า กรณีปฎิเสธความรับผิดไม่ได้อย่างแน่นอน ต้องมีส่วนรับผิดชอบตามกฎหมายทั้งแพ่งและอาญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่อง "ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก" มาตรา 820 ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน มาตรา 821 บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี บุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน นอกจากนี้อาจถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาร่วมกันฉ้อโกงด้วย
ยกตัวอย่างเช่นคดีหนึ่ง ที่มีผู้เสียหาย 13 ราย เค้าไปลงทุนทำธุรกิจขายตรงปุ๋ยยี่ห้อหนึ่ง รวมเป็นเงินหลายสิบล้านบาท แต่กลับถูกฉ้อโกงเงินไปและไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างที่กล่าวอ้าง เค้าก็ไปรวมตัวกันยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ปุ๋ยยี่ห้อนี้เป็นของเอกชนหลายราย มีนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง คุณยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็เลยถูกฟ้องด้วยมีจำเลยทั้งหมด 12 คน
ผู้เสียหายเค้าก็ให้การต่อศาลบอกว่าที่ตัดสินใจไปลงทุนเพราะอยากได้เงินและเห็นว่ามีนักร้องดังร่วมหุ้นด้วย เพราะเห็นไปเล่นคอนเสริต์ที่ไหนก็บอกว่าตัวเป็นหุ้นส่วนบริษัทนี้ด้วยขอให้ช่วยกันอุดหนุน ก็เห็นว่าบริษัทคงมีความน่าเชื่อถือจึงนำเงินไปลงทุน ผลสุดท้ายสูญเงินนับสิบล้านบาท พอไปขึ้นศาลนักร้องดังบอกว่าเป็นเพียงแค่พรีเซ็นเตอร์ ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีหุ้นส่วนกับบริษัท
แต่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบต่อสู้กันแล้วเห็นว่า การ กระทำของจำเลยทั้ง 12 ราย เป็นความผิดฐานร่วมกันแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือปกปิดความจริงที่ควรบอกแจ้งให้กับประชาชน ซึ่งเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 โดยกระทำของพวกจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมรวมทั้งหมด 13 กระทง
ทำให้บริษัทผลิตปุ๋ยเอกชน 4 แห่ง ไปแห่งละ 130,000 บาท ส่วนคุณยิ่งยง กับพวกจำเลยที่เหลือศาลลงโทษจำคุก 13 กระทง / ให้จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 39 ปี / แต่คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้เหลือจำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 26 ปี / แต่ตามความผิดฐานฉ้อโกงลงโทษสูงสุดได้ 20 ปี /ศาลจึงเห็นจำคุกเป็นเวลา 20 ปี / คุณยิ่งยงก็ยื่นเงินสด 5 แสนบาทขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี