โดยระหว่างการนำตัวไปฝากขัง นายกฤษฎา ได้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ทั้งสวมหมวกแก๊ป ใส่แว่นตาดำ และสวมใส่หน้ากากอนามัย และไม่ยอมตอบคำถามใดๆกับผู้สื่อข่าว
สำหรับคดีนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจผู้อื่น และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลอื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
แต่ในชั้นพนักงานสอบสวน นายกฤษฎา ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แม้ว่าในตอนแรกจะให้การยอมรับสารภาพกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ลงพื้นที่ไปติดตามคดีนี้ด้วยตัวเองว่าระหว่างที่เข้าไปซ่อมหัวฉีดชักโครกที่รั่วและเห็นนักเรียนสาวคนนี้เสื้อผ้าเปียกน้ำแนบเนื้อ จึงเกิดอารมณ์และใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าช๊อตถึง 3 ครั้งจนสลบ แล้วอุ้มไปข่มขืนบนเตียงนอน แต่ได้กลับคำให้การทันที หลังทนายความได้พาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาให้ทราบ โดยยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะขอสู้คดีในชั้นศาล
ในส่วนของการตรวจสอบหอพักสถานที่เกิดเหตุว่า เปิดถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้น ด้านนายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบหอพักแห่งนี้ พบว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหอพัก ซึ่งทางเทศบาลไม่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบในเรื่องของระบบภาษี ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ ส่วนจะมีการดัดแปลงตัวอาคารหรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลจะเข้าตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง