"ภาคใต้แม้ต้องแข่งขันกับปชป. แต่เราก็มีนโยบายที่จะแข่งขันอยู่ โดยแต่ละเขตที่ลงเราไม่หวังเป็นที่ 1 มากมายนัก เพราะการได้คะแนนเป็นที่ 2 ก็มีความหมาย" ธานี เทือกสุบรรณ คาดหวัง
จุดอ่อนของพรรคกปปส. ประกอบด้วยสมรภูมิภาคอีสานและภาคเหนือ เพราะสมัยที่เคลื่อนไหวชุมนุมมวลมหาประชาชน แกนนำ กปปส.เหนือ-อีสาน ล้วนเป็นอดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ เมื่อนักการเมืองเหล่านั้นไม่ลาออกจากปชป. ก็ยากที่จะหาผู้สมัครเกรดดีไปลงแข่งขัน แม้จะมีผู้สมัคร ส.ส.แต่ไม่เด่นพอที่จะเก็บคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ
ส่วนสมรภูมิกรุงเทพฯ ภาคกลางและภาคตะวันออก พรรคกปปส.น่าจะพอเก็บเกี่ยวได้บ้างแต่มีความเสี่ยงสูง ถ้ามองโดยภาพรวมแล้วพรรค กปปส.อาจได้ที่นั่งน้อยมาก
หากมองภาพรวม "พรรคพลังประชารัฐ" ที่มีความพยายามดึงนักเลือกตั้งกลุ่มต่างๆ เข้ามาทำงานการเมืองเพื่อชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอดีตส.ส.ที่มีฐานมวลชนเหนียวแน่น หรือเรียกอีกอย่างว่า "พรรคจังหวัด" ซึ่งมีกลุ่มการเมืองไม่ต่ำกว่า 4 กลุ่มที่ตอบรับการเข้าร่วมพรรคของจอมยุทธ์กวง แต่ว่าฐานคะแนนของพวกนักเลือกตั้งเหล่านี้จะอยู่ในภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสาน ขาดแต่ภาคใต้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ถ้ากลุ่มลุงกำนันหรือกลุ่มกปปส. เข้ามาร่วมงานด้วยก็จะต่อจิ๊กซอว์ในแผนที่เลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐได้ครบทุกภาค และเหนืออื่นใดคนใต้จำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบพล.อ.ประยุทธ์ มากกว่า "นายชวน"
คนใกล้ชิดสุเทพทราบดีว่าลุงกำนันไม่คิดจะทำพรรคตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ภารกิจเพื่อชาติเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นให้การเมืองไทยไม่หวนกลับไปเหมือนหลังเลือกตั้ง 2554 สุเทพจึงยอมถูกด่า ถูกหยามหยัน เพื่องานใหญ่ กลับมาแบกรับภารกิจใหญ่ในบทบาทคนหลังม่าน
สุดท้ายแล้วผู้ที่จะตัดสินใจคือ สุเทพ เทือกสุบรรณ นักการเมืองผู้คร่ำหวอดในสมรภูมิเลือกตั้งจะเลือก "รวมกันเราอยู่" หรือ "แยกหมู่ตายใครตายมัน"