สำหรับราคาประเมินที่ดินทั้ง 3 รายการ ประกอบด้วย รายการที่ 1 คดีศาลล้มละลายกลาง หมายเลขแดงที่ ล.1249/2555 ที่ดินจำนวน 94 แปลง เนื้อที่รวม 1,890 ไร่ 3 งาน 49 ตารางวา ราคาประเมินโดยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ประมาณ 2.44 พันล้านบาท ราคาประเมินของเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ กรมบังคับคดี คือ 4.94 พันล้านบาท และ ราคาที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์คือ 3.662 พันล้านบาท ผู้ที่เข้าประมูลจะต้องวางหลักประกันจำนวน 185 ล้านบาท
รายการที่ 2 คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หมายเลขแดงที่ อม.55/2558 ที่ดินจำนวน 99 แปลง เนื้อที่ 1,814 ไร่ 7 ตารางวา ราคาประเมินโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ประมาณ 2.62 พันล้านบาท ราคาประเมินของเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ กรมบังคับคดี คือ 4.84 พันล้านบาท และ ราคาที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์คือ 4.02 พันล้านบาท ผู้ที่เข้าประมูลจะต้องวางหลักประกัน จำนวน 202 ล้านบาท
รายการที่ 3 คดีศาลแพ่ง หมายเลขแดงที่ 4007/2552 ที่ดินจำนวน 24 แปลง เนื้อที่ 752 ไร่ 1 งาน 74 ตารางวา ราคาประเมินโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ประมาณ 791 ล้านบาท ราคาประเมินของเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ กรมบังคับคดี คือ 1.7 พันล้านบาท และ ราคาที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์คือ 1.26 พันล้านบาท ผู้ที่เข้าประมูลจะต้องวางหลักประกัน จำนวน 65 ล้านบาท
ด้านน.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีจะเปิดขายทอดตลาดที่ดินแปลงใหญ่ในพื้นที่สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ราคาประเมิน 8,900 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายโจทก์คือธนาคารกรุงไทย แถลงขอขายรวมขายที่ดินทุกแปลงรวม 217 แปลง รวม 3 คดี ในการขายครั้งเดียว เนื่องจากเป็นที่ดินที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกัน
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่ามีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลที่ดินผืนดังกล่าว เนื่องจากเป็นที่ดินแปลงใหญ่ในโซนกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ กิโลเมตรที่ 23 ถนนบางนา-ตราด ที่เหลืออยู่แปลงเดียวที่เป็นพื้นที่สีม่วงที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมได้ ขณะที่ธนาคารกรุงไทยในฐานะเจ้าหนี้และผู้เสียหายตามคำพิพากษา ก็พร้อมจะบันทึกกลับเงินสำรองเป็นรายได้ได้ทันทีหากได้ผู้ชนะการประมูล