เรามาเริ่มที่ความเคลื่อนไหวทางคดีก่อน เมื่อเช้านี้ครูปรีชา ใคร่ครวญ และเจ๊บ้าบิ่น นางรัตนาพร สุภาทิพย์ สองผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญา เพื่อรายงานตัวระหว่างการประกัน และรับทราบคำสั่งที่อัยการมีความเห็นให้ส่งสำนวนคดีนี้ ให้ ป.ป.ช. พิจารณาร่วมกับข้อหาเป็นผู้สนับสนุน พลตำรวจตรี สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจจังหวัดกาญจนบุรี ให้ปฏิบัติหน้าที่หน้าที่มิชอบ นอกจากนี้ทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลขอคืนหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 100,000 บาท หลังจากทั้งสองพ้นระยะเวลาการควบคุมตัวในชั้นฝากขังแล้ว
ภายหลังรายงานตัวต่อศาลแล้ว ครูปรีชา ก็ให้สัมภาษณ์ บอกว่า ต่อไปถ้าคดีนี้เข้ากระบวนการศาล ทุกคนคงได้รู้ว่าความจริงคืออะไร ใครถูกใครผิด เหมือนที่ตัวเองเคยบอกทุกครั้งว่าความจริงคือความจริง พยานทุกคนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ล็อตเตอรี่ก็เป็นของตัวเองจริงๆ ยืนยันไม่เคยรู้จักอดีตผู้การฯเมืองการมาก่อน มารู้จักวันที่พนักงานสอบสวนโทรตามบอกว่าผู้การขอพบเพื่อให้ชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ก็ได้นำพยานไปให้ดูก็เท่านั้น และจะนำหลักฐานทั้งหมดไปเสนอให้ศาลจังหวัดกาญจนบุรีพิจารณาในคดีที่ยื่นฟ้องหมวดจรูญไว้เอง หลังจากคดีเกิดขึ้น ก็ไม่ได้กระทบกับการสอนหนังสือแต่อย่างใด
ส่วนประเด็นที่ทางอัยการมีความเห็นให้ส่งคดีให้การเท็จไปให้ ป.ป.ช.พิจารณาร่วมกับคดีสนับสนุนอดีตผู้การตำรวจเมืองกาญจน์ปฎิบัติหน้าที่มิชอบนั้น ทนายความครูปรีชา คุณวรยุทธ บุญวงศ์ใส บอกว่า หลังจากนี้ต้องทำหนังสือขอความเป็นธรรม และส่งพยานหลักฐานไปที่ ป.ป.ช. พิจารณา เพื่อหักล้างความเห็นของกองปราบฯ ให้ ป.ป.ช. มีทั้งหลักฐานเก่าและหลักฐานใหม่
ทางด้านทนายความเจ๊บ้าบิ่น คุณสุชพงศ์ บุญเสริม บอกว่า แม้ข้อหาสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ นั้น โทษจะสูงกว่าปกติ 2 ใน 3 ก็ไม่ได้หนักใจอะไรก็ต้องต่อสู้ไปตามพยานหลักฐานตามปกติ