สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายศิริทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. เปิดเผยถึงผลการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะของชายไทยที่เข้ารับการตรวจเลือกทหารปี 2561 ว่า ขณะนี้มีการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบฐานข้อมูลของป.ป.ส.แล้ว 709 อำเภอ ใน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยมีการเกณฑ์ทหาร 182,910 คน พบสารเสพติด 12,209 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 6.7 ในจำนวนดังกล่าวแยกเป็นผู้เสพยาบ้า 11,139 คน กัญชา 750 คน และสารเสพติดประเภทอื่น 213 คน ถูกส่งเข้ารับการบำบัดรักษาแล้ว 7,174 คน โดยส่งเข้ารับโปรแกรมบำบัดในโรงพยาบาล . 2,146 คน ส่งเข้าบำบัดในค่ายทหาร 5,028 คน ส่วนที่เหลืออีก 5,035 คน ยังอยู่ระหว่างการจัดส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษา สำหรับผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดที่ถูกเกณฑ์ทหาร 3,128 คน จะได้รับการบำบัดในขณะที่เข้ารับการฝึก อย่างไรก็ตาม จังหวัดที่พบผู้เสพสารเสพติดมากที่สุดคือ กาฬสินธุ์ 678 คน นราธิวาส 609 คน และสงขลา 592 คน
นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า สำหรับผลการตรวจปัสสาวะทหารกองเกิน ปี 61 ระหว่างวันที่ 1-12 เม.ย.ที่ผ่านมา จะมีการลงข้อมูลผู้ใช้สารเสพติดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 เม.ย.นี้ โดยผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกจะถูกตรวจปัสสาวะทุกราย ยกเว้นผู้ที่ขอผ่อนผัน ภายในปี 2561 นี้ ป.ป.ส.กำหนดเป้าหมายในการตรวจหาสารเสพติดไว้ที่ 516,240 คน ในส่วนของผลการดำเนินงานในปี 60 มีการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด 380,746 คน จากที่ตั้งเป้าไว้ 493,140 คน พบสารเพสติดในปัสสาวะผู้รับการเกณฑ์ทหาร 30,089 คน คิดเป็นร้อยละ 7.9 โดยจังหวัดที่พบผู้ใช้สารเสพติดมากที่สุดคือ สงขลา 1,836 คน อุดร 1744 และอุบล 1,547 คน