นายกิตติพงศ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งได้สั่งการทุกภาคส่วนบูรราการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บลายนิ้วมือแฝงและคราบ D N A กับผู้เสียหายและพนักงานทุกคนที่เข้ากะทำงานในการทำหน้าที่ เกี่ยวกับการลำเรียงกระเป๋าของผู้เสียหาย พร้อมทั้งประสานงานฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำและเก็บ D N A และลายนิ้วมือไว้เป็นหลักฐานก่อนจะพาตัวไปค้นห้องพักทุกราย แต่ไม่พบสิ่งปกติ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดรวมถึงระบบการขนถ่ายสัมภาระของทางสายการบิน ทั้งจากสนามบินต้นทาง ซึ่งก็ได้รับการประสานและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบขั้นตอนการทำงานตามระบบมาตรฐานที่วางไว้ทั้งของสนามบินสุวรรณภูมิและสายการบิน แล้วไม่พบสิ่งปกติใด ขณะเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บ D N A ในกระเป๋าทุกใบของผู้เสียหายแล้ว โดยเฉพาะภายในกระเป๋า เพื่อใช้พิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงว่าตรงกับพนักงานขนถ่ายสัมภาระในสนามบินสุวรรณภูมิรายใดหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ โดยตนมั่นใจในระบบของสายการบินและมาตรฐานของสนามบิน ขณะที่การประสานงานทางสนามบินต้นทางก็ตรวจสอบไม่พบสิ่งปกติเช่นกัน คงต้องรอผลการตรวจสอบ DNA ซึ่งจะจะเร่งติดตามผลการตรวจดีเอ็นเอให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้คลี่คลายคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว