ปทุมธานี-เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2561 ที่บริเวณท่าจอดรถขาออกต่างจังหวัด ตรงข้ามฟิวเจอร์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายสันต์ สร้อยแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 จังหวัดปทุมธานี มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และอาสาสมัคร ให้ความสำคัญและสนับสนุนในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ อุบัติภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด
จังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดในพื้นที่เขตปริมณฑล ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านที่จะเดินทางไปสู่ภาคต่างๆ ของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ความคับคั่งของการจราจรจึงมีมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ดังนั้น มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุทางถนนจึงต้องมีความเข้มข้น ต่อเนื่อง เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติงานร่วมกันแก้ไขปัญหาจราจรแบบบูรณาการ เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลที่มีการเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว ประชาชนจำนวนมากจะใช้รถใช้ถนนเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ประกอบกับในทุกพื้นที่ทั่วประเทศจะมีการจัดงานประเพณีทำบุญและงานรื่นเริงต่างๆ ทำให้ปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงปกติ
ด้าน ดร.พินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า จังหวัดปทุมธานีได้ดำเนินการ จัดตั้ง ด่านชุมชน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในพื้นที่ 1 หมู่บ้าน หรือ 1 ชุมชน 1 ด่านชุมชน ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบและถือปฏิบัติ โดยเน้นกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ การขับขี่ด้วยความเร็ว และเมาสุรา เพื่อป้องปรามและควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่ โดยจังหวัดปทุมธานี ได้มีเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตไม่เกิน 5 ราย การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล สงกรานต์ พ.ศ.2561 นั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีพี่น้องประชาชน เดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก บางส่วนก็อยู่เฉลิมฉลองเทศกาลในพื้นที่ โดยในปีนี้จังหวัดปทุมธานีได้ใช้ชื่อการรณรงค์ ว่า "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" และได้กำหนดช่วงเวลาดำเนินการขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561
โดยจังหวัดได้มีมาตรการ การเตรียมความพร้อมตลอดจนกำชับให้หน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งภาคีเครือข่ายต่างๆ เตรียมความพร้อมในสองส่วนหลักๆ ส่วนแรก คือ การอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางสัญจรในช่วงนี้ ทั้งเรื่องของรถและถนนหนทาง ส่วนที่สอง คือ การเข้มงวดกวดขันกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร โดยมีเหตุผลสำคัญคือ ต้องการให้ทุกท่านเดินทางอย่างสะดวกปลอดภัยและไม่เกิดความสูญเสีย