เนชั่นทีวี

ข่าว

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

08 เม.ย. 2561 |

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

(ขยายปมร้อน) นี่คือตัวอย่างของ "เทรนด์การเมือง" ช่วงนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่ท้าทาย คสช.ทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดผลมากน้อยแค่ไหน ยังต้องดูกันอีกยาว..

  

                สถานการณ์การเมืองไทยตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงในทุกจุด หลายความเคลื่อนไหวเหล่านั้นล้วนท้าทายอำนวจ คสช.

                สิ่งที่ท้าทาย คสช. โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มากที่สุดตอนนี้ นอกจากกลุ่มเคลื่อนไหวที่ คสช.อาจจะมองว่าเป็น “คนหน้าเดิม” เช่น กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ คสช.ตอบโต้ด้วยการใช้กฎหมายไล่ดำเนินคดีกับคนกลุ่มนี้ ก็คือ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักการเมืองจากพรรคต่างๆ

                ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ คงยังจำกันได้ คนที่ตอบโต้กับ คสช.อย่างดุเดือดที่สุด น่าจะเป็น “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ที่เคยออกมากระแทกหมัดใส่ “บิ๊กตู่” ตรงๆ หลังจากที่ หัวหน้า คสช.ย้ำแล้วย้ำอีกเพื่อให้คนเห็นตามว่า “นักการเมืองคือความเลวร้าย” ครั้งนั้นทำให้ “บิ๊กตู่” ถึงกับต้องออกมาขอโทษนักการเมือง

                อีกคนที่ตอบโต้กับ “บิ๊กตู่” หนักๆ อยู่เนือง คือ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม คำพูดของ “อภิสิทธิ์” เองก็ไม่ใคร่จะทำอะไร “บิ๊กตู่” ได้มากมายนัก ซึ่งน่าจะเป็นเพราะผู้คนยังสงสัยในจุดยืนที่แท้จริงของ “อภิสิทธิ์” และพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะทะเลาะกับ คสช.จริงหรือไม่ หรือแค่ “เล่นไปตามบท” ถึงเวลาจริงๆ ก็ต้องสนับสนุน “บิ๊กตู่” เหมือนเดิม

                โดยเฉพาะยกล่าสุดที่ “อภิสิทธิ์” ออกมาพูดชัดๆ ว่า “ใครอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่ถ้าใครต้องการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องไปที่อื่น” ที่ถูก “บิ๊กตู่” สวนกลับในเชิงเย้ยหยันว่า ไว้ไปรอดูหลังเลือกตั้งว่าเขา(อภิสิทธิ์)จะเปลี่ยนท่าทีหรือไม่

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

                      (อ่านต่อ..."บิ๊กตู่"ฉะ"มาร์ค"พูดจาให้ดีโต้กลับจะเสียหาย !)

                แต่ถ้ามองโดยรวม ก็ต้องถือว่า นักการเมืองกล้าเผชิญหน้ากับคสช.มากขึ้น โดยสังเกตได้จากประเด็นต่อไปนี้

               

                ค้านนายกฯ คนนอก

                แน่นอนการประสานเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่า “ไม่เอานายกฯคนนอก” พุ่งเป้าไปที่ “บิ๊กตู่” ที่คาดหมายกันว่าจะหวนกลับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ด้วย “กลไกพิเศษ” ที่ปรมาจารย์ทางกฎหมายอย่าง “มีชัย ฤชุพันธุ์” เขียนกติกาเปิดทางไว้ให้

                จับอาการดู ตอนนี้ฝั่ง คสช.ก็กำลังพยายามหาลู่ทางในการทำให้ “บิ๊กตู่” ไม่มีสภาพเป็นนายกฯ คนนอก ซึ่งมีอยู่ 2 อย่าง 

                อย่างแรกคือการใส่ชื่อ “บิ๊กตู่” ให้เป็นนายกฯ ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ตั้งแต่ต้น ซึ่งตอนนี้ต้องจับตาข่าวคราวความเคลื่อนไหวในการตั้งพรรคการเมืองของนายสมคิด แม้นายสมคิดจะยังบ่ายเบี่ยงไม่พูดชัดๆ เรื่องการตั้งพรรค แต่อีกหลายคำพูดของเขาก็ชัดเจน

                “ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เราก็วางไว้เยอะ ก็อยากให้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาแล้ว มีโอกาสสานต่อให้มันดี อันไหนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่อันไหนที่เห็นด้วยก็ทำให้มันดี อย่าเริ่มต้นเข้ามาก็ทะเลาะกัน ไม่อยากเห็นภาพอย่างนั้น อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามา อยู่พรรคไหนก็ได้ อย่าไปรังเกียจเรื่องของการเมือง ถ้าพรรคการเมืองไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกัน แล้วเราจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร

                ผมสนับสนุนท่านนายกฯ ประยุทธ์นั่นแหละ ทำไม ก็เพราะหลายปีที่ผ่านมา เราเคยเห็นความไม่สงบใช่ไหม คุณอยากให้บ้านเมืองกลับไปอย่างนั้นไหม ถ้าบ้านเมืองสงบ แล้วทุกอย่างที่ตามมาดีขึ้น มีการพัฒนาประเทศดีขึ้น มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น คนมีความสุขมากขึ้น ไม่ดีหรือ ดังนั้นถ้าบอกว่าจะให้สนับสนุนใคร ผมก็ต้องบอกว่าสนับสนุนท่านนายกฯ ประยุทธ์

                ดังนั้น ผมจึงอยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาร่วมกัน ถ้าชอบนายกฯ ประยุทธ์ ก็สนับสนุนท่าน ถ้าไม่ชอบก็พรรคอื่น ไม่ได้ว่าอะไร ดังนั้นเราเริ่มต้นดีๆ จะเลือกตั้งกันแล้ว ตั้งหลักใหม่ มองไปข้างหน้าเอาการเมืองสร้างสรรค์”

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

(อ่านต่อ..."สมคิด"หนุน"บิ๊กตู่"นายกฯต่อ)

                อีกทาง แต่น่าจะเป็นเพียงการ “แก้เกี้ยว” ซะมากกว่า คือ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่บอกว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็น “นายกฯ คนกลาง”

                คนรุ่นใหม่

                แม้แต่คำพูดของ “รองนายกฯ สมคิด” ที่ยกมาข้างต้น ยังพูดถึง “คนรุ่นใหม่” เหมือนตั้งใจเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์

                ปรากฏชัดเจนว่าตอนนี้ทุกพรรคต่างก็เข็นคำว่า “คนรุ่นใหม่” ออกมาขาย ทั้งที่เป็น คนรุ่นใหม่ที่หน้าใหม่ และ “คนหน้าเก่า” ที่พยายามเรียกว่าเป็น “คนรุ่นใหม่”

                ล่าสุด มีการจัดเวทีเสวนาของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในหัวข้อที่ท้าทาย “Move Over Dinosaurs” (ก้าวข้ามไดโนเสาร์) ที่เชิญนักการเมืองรุ่นใหม่ 4 คนจาก 4 พรรคการเมือง มาร่วม ได้แก่ 2 นักการเมืองหน้าเก่า ที่นิยามตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ คือ “วราวุธ ศิลปอาชา” ทายาท “บรรหาร ศิลปอาชา” ว่าที่หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ที่เคยนั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาแล้ว และ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช จากพรรคเพื่อไทย

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

(ภาพจากเพจ The Future We Want )

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

(ภาพจากเพจ The Future We Want )

                และอีก 2 คน ที่ถือว่าเป็น “นักการเมืองหน้าใหม่” จริงๆ คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” จากพรรคอนาคตใหม่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” หรือ “ไอติม” หลานหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับสองคนนี้เคยเจอกันมาแล้วในเวทีที่จัดโดย “สุทธิชัย หยุ่น” และทั้งสองก็ได้สร้างบรรยากาศใหม่ๆทางการเมืองขึ้นมา

จับเทรนด์การเมือง...ท้าทาย คสช.!!

                ** เสรีนิยมประชาธิปไตย

                คำนี้เกิดโผล่ขึ้นมาชัดๆ ตอนที่ “ธนาธร” และ “ไอติม” เจอกันในเวทีครั้งก่อน โดยทั้งคู่ตอกย้ำว่าต้องการให้พรรคของตัวเองมีแนวคิดอุดมการณ์ที่เป็น “เสรีนิยมประชาธิปไตย” แน่นอน แนวคิดนี้สวนทางกับ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” หรือ “ไทยนิยมยั่งยืน” ของคสช.แน่นอน

                ล่าสุด “อภิสิทธิ์” ยังออกมาบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ถูกมองว่าเป็นพรรคอนุรักษนิยม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ แต่เป็น “เสรีนิยมประชาธิปไตย”

                ** เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ

                คนที่พูดชัดๆ เรื่องการเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ คือ “ธนาธร” ที่ประกาศว่า ลำพังนโยบายพรรคต่างๆ เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไม่เพียงพอ แต่จะต้องมีการรื้อโครงสร้างของประเทศด้วย โดยเฉพาะ “โครงสร้างอำนาจ” ซึ่งเขาพูดชัดเจนว่าจะต้องมีการ “ลดอำนาจทหาร” รวมถึงการจัดระบบอำนาจของฝ่ายต่างๆ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย

                ล่าสุดก็เป็น “ไอติม” ที่ออกมาพูดระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษแก่ “คม ชัด ลึก” ว่า โครงสร้างประเทศ “จำเป็นต้องเปลี่ยน”

                นี่คือตัวอย่างของ “เทรนด์การเมือง” ช่วงนี้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าล้วนแล้วแต่ท้าทาย คสช.ทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดผลมากน้อยแค่ไหน ยังต้องดูกันอีกยาว...!!

***เรื่องโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ คมชัดลึกออนไลน์

ข่าวล่าสุด