ทำให้ 2 พรรคใหญ่อย่าง "เพื่อไทย" และ "ประชาธิปัตย์" หงุดหงิดเนื่องจากติดขัดในประเด็นต่างๆ จึงมีการไปยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินให้เสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งคสช.ฉบับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
ขณะที่ท่าทีของ "รัฐบาลคสช." เองก็เริ่มขยับ เพราะคงรับรู้ถึงข้อติดขัดบางประการที่พรรคการเมืองสะท้อนและเรียกร้องให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุถึงความคืบหน้าการแก้ไขคำสั่งดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพียงบางประเด็นเท่านั้น ยืนยันจะไม่ยกเลิกโดยเด็ดขาด
เมื่อดูตามรูปการณ์นี่เป็นเพียงตัวอย่างของปัญหาที่เริ่มปรากฏ อันเป็นผลพวงจากการใช้อำนาจพิเศษ สร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อน ไม่สอดคล้องกับภาวะความเป็นจริง จึงเป็นไปได้ค่อนข้างมากว่า หลังจากนี้จะได้เห็นอีกหลายปัญหาในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของพรรคการเมือง เนื่องจากกฎระเบียบต่างๆ ที่ผู้มีอำนาจทำคลอดออกมาเริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์
นอกจากนี้ประเด็นที่หลายฝ่ายปฏิเสธมาตั้งแต่ต้นอย่าง "นายกรัฐมนตรีคนนอก" หลังการ "เลือกตั้ง" ที่มองกันว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เขียนขึ้นเพื่อดีไซน์สืบทอดอำนาจให้ "พล.อ.ประยุทธ์" ได้ควบเบอร์ 1 ฝ่ายบริหารต่ออีกสมัย โดยไม่ต้องเปลืองแรงลง "เลือกตั้ง" แต่ได้ผลสัมฤทธิ์เกินคาด
ทำเอา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ดักคอลูกพรรคที่อาจปันใจจะสนับสนุน "พล.อ.ประยุทธ์" เป็น "นายกฯ คนนอก" ว่า
"หากสมาชิกพรรคส่วนหนึ่งจะไปอยู่กับกปปส.คงไม่มี ยืนยันว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ส่วนใครที่จะออกนอกแถวไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ไปทางเลือกอื่น ไม่ต้องมาที่นี่ เพราะมีพรรคอื่นรองรับเยอะแยะ ถ้าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรค ไม่ว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใครก็ตาม ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนทหารเป็นรัฐบาลนั้น ต้องไปดูว่าทหารเข้ามาได้อย่างไร และมีกี่เสียง"
ขณะที่ "เฒ่าวังน้ำเย็น" อย่าง เสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า ถ้า "พล.อ.ประยุทธ์" กระโดดลงมาเล่นการเมืองหลัง "เลือกตั้ง" ถือว่าเหนื่อย ไม่เหมือนการบริหารงาน 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะยังไม่เจอของจริงในสภา หากเจอคงจะไม่ไหว แค่เจอสื่อมวลชนยังหน้าบูดหน้าบึ้งมีอารมณ์ ทะเลาะกัน ถ้าไปเจอกระทู้ในสภาหนักๆ จะยิ่งกว่าไส้เดือนถูกขี้เถ้า!!!
บุคลิกของ "พล.อ.ประยุทธ์" ในบทบาทนักการเมืองวันนี้ไม่เฉพาะเฒ่าวังน้ำเย็นเท่านั้นที่มองออก ชาวบ้านร้านตลาดต่างก็มองเห็นเช่นกัน การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก็ไม่ได้ต่างจากบุคลิกของทหาร ที่พูดจาโผงผางเสียงดัง แถมอารมณ์ขึ้นง่ายอีกต่างหาก
ล่าสุด "บิ๊กตู่" เจอนักข่าวถามกรณี "อภิสิทธิ์" ให้สัมภาษณ์ดักคอลูกพรรคใครสนับสนุน "พล.อ.ประยุทธ์" นั่ง "นายกฯ คนนอก" ให้ไปที่อื่น อย่างดุดัน จะพูดอะไรให้ระวังปาก
"พูดอะไรมาก็ระมัดระวังไว้ด้วย การพูดจาต่างๆ ต้องระมัดระวังและอยู่ที่ประชาชนเขาจะเชื่อถือได้แค่ไหนอย่างไร ผมไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องมาสนับสนุน แต่กรุณาพูดจาให้มันดีๆ ใครจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนผมก็แล้วแต่เขา ไอ้การพูดอย่างนี้มันฟังดูดีหรือเปล่า ให้เกียรติซึ่งกันและกันหรือเปล่า ถ้าบางเวลาผมมีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ผมพูดไปมันก็เสียหายด้วยกันทั้งหมด ผมไม่อยากจะมีอารมณ์ตรงนี้ประชาชนก็ไปใคร่ครวญเอาเองและดูด้วยวันหน้าเขาจะทำตัวกันอย่างไรที่ออกมาพูดกันวันนี้ลองคอยดูวันหน้าก็แล้วกันเลือกตั้งแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นแล้วเขาจะเปลี่ยนท่าทีอะไรกันอย่างไร ก็ไปคอยดูตรงนู้นแล้วกัน แล้วค่อยไปถามเขาอีกที"
ความจริงสิ่งที่ "อภิสิทธิ์" ให้สัมภาษณ์ก็ไม่ได้จะพาดพิง "ประยุทธ์" โดยตรงแต่อย่างใด จึงสงสัยว่าการที่ "บิ๊กตู่" ฉะ "มาร์ค" ไปแบบนั้นเพราะต้องการปกป้องคนตระกูล "เทือกสุบรรณ" หรืออย่างไร
เพราะถึงเวลานี้เหมือนเป็นไฟท์บังคับคนตระกูล "เทือกสุบรรณ" ให้ต้องหาบ้านใหม่ หลัง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ประกาศไปตั้งแต่ครั้งโน้นแล้วว่าจะไม่กลับบ้านเก่าอย่าง "ประชาธิปัตย์" แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงคือหนุน "บิ๊กตู่" เป็น "นายกฯ" ต่อ ซึ่ง "ธานี เทือกสุบรรณ" น้องชาย "สุเทพ" ประกาศแล้ว ตั้งแน่ "พรรคกปปส." ภายในเดือนสองเดือนนี้
น่าแปลกว่าเด็กประชาธิปัตย์สาย "สุเทพ" ที่ร่วมเคลื่อนไหวกับ "กปปส." กลับตบเท้าโชว์ตัวว่าอยู่ "ประชาธิปัตย์" ไม่ไปร่วมขบวน "พรรคกปปส." เพราะในภาคใต้ยี่ห้อ "ประชาธิปัตย์" อย่างที่รู้กัน ยังไงๆ ก็แบเบอร์ลอยลำเข้าสภาแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลาจริง "ประชาธิปัตย์สายสุเทพ" ก๊วนนี้จะ "งูเห่า" ชูมือโหวต "นายกฯ ก๊อกสอง" ชื่อ "ประยุทธ์" หรือไม่
แต่ที่แน่ๆ ถ้า "นายกฯ คนนอก" ชื่อ "ประยุทธ์" สถานการณ์การเมืองรอบใหม่คงระอุขึ้นแน่ เวลานั้นเงื่อนไขพิเศษที่เคยกดทับการเคลื่อนไหวทางการเมืองคงหมดไป กลับสู่ภาวะปกติ คงถึงเวลาของคนทั้งในและนอกสภาที่จะเดินหน้าสอยหรือจองกฐินกันอีกหลายยกแน่