เนชั่นทีวี

ข่าว

จีนเปิดฉากตอบโต้การค้าสหรัฐ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 128 รายการมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์

02 เม.ย. 2561 | te

จีนเปิดฉากตอบโต้การค้าสหรัฐ  ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 128 รายการมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์

จีนเปิดฉากตอบโต้การค้าสหรัฐ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าบื้องต้นจากสหรัฐ 128 รายการมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์เริ่มประเดิม 2 เมษายน กระทบเกษตรกรชาวอเมริกันใน 3 กลุ่มสินค้าหลักทั้งเนื้อหมูแช่แข็ง ผลไม้ ถั่ว และไวน์ ซึ่งมีการเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 25-15%


หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในคำสั่งพิเศษขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากประเทศต่างๆ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ต่อมาในวันที่ 22 มีนาคม ยังได้ลงนามในคำสั่งให้เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน วงเงิน 60,000 ล้านดอลลาร์ครอบคลุม 1,300 รายการสินค้า คาดจะประกาศในสัปดาห์นี้


นอกจากนี้ มีรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ในเช้าวันนี้ ระบุถึงการที่สหรัฐได้ละเมิดอย่างร้ายแรงต่อหลักการไม่เลือกปฏิบัติในกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (WTO) จนได้ทำลายความสนใจในการลงทุนของจีน



1. จีนประกาศมาตรการตอบโต้การค้าสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน แต่มีผลบังคับใช้ในวันนี้ (2 เมษายน) โดยรัฐบาลจีนระบุว่า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีนและทำให้เกิดความสมดุลจากความสูญเสียที่มีสาเหตุจากอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวอย่างแข็งกร้าวว่า สงครามทางการค้าเป็นเรื่องดี และเป็นเรื่องง่ายมากที่สหรัฐจะเอาชนะได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการด้านภาษีศุลกากรแห่งรัฐสภาจีนได้ตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 120 รายการจากสหรัฐ ซึ่งรวมถึงผลไม้และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอัตรา 15% และเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอีก 8 รายการ ซึ่งรวมถึงเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอัตรา 25%



2. สินค้าของสหรัฐอะไรบ้างที่ได้รับผลกระทบในมาตรการกำแพงภาษีของจีน โดย 3 กลุ่มสินค้าหลักกระทบเกษตรกรแเมริกันโดยตรงทั้งเนื้อหมูแช่แข็ง ถั่ว และไวน์ โดยที่เนื้อหมูแช่แข็งและแฮมจะถูกเรียกถูกกำแพงภาษีที่อัตรา 25% รวมทั้งเศษอลูมิเนียม รวม 8 รายการ

ส่วนที่เป็นถั่ว ผลไม้สด ผลไม้แห้ง ไวน์ จะถูกเรียกเก็บในอัตราภาษี 15% โดยที่สินค้าในกลุ่มนี้มีถึง 83 รายการ เช่น สินค้าอยู่ในกลุ่มถั่ว ทั้ง Cashew nuts, Almonds, Hazelnuts, Walnuts, Coconuts รวมทั้งผลไม้และน้ำผลไม้ เช่น Pineapples, Guavas, Avocados, Apples, Peaches, Kivi, Plums, Oranges, Grapes, Apricots, Prunes, Lemons ฯลฯ

สำหรับเหล็กแท่ง ท่อเหล็ก และกลุ่มสินค้าเหล็กอิ่นรวม 37 รายการถูกตั้งกำแพงภาษี 15%



3. หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งพิเศษขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากประเทศต่างๆ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม

ทั้งนี้ ต่อมาในวันที่ 22 มีนาคม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งให้เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน วงเงิน 60,000 ล้านดอลลาร์ครอบคลุม 1,300 รายการสินค้า โดยหวังผลว่าจะลดตัวเลขขาดดุลการค้าที่มีต่อจีนลง 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากยอดขาดดุลซึ่งอยู่ที่ระดับ 375,000 ล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นเมื่อสิ้นปี 2017

โดยรัฐบาลสหรัฐพุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มเทคโนโลยี โดยที่กล่าวหาว่าจีนทำการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุดถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยอาศัยกฎหมายการค้าสหรัฐ ตามมาตรา 301 เป็นการระบุการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากจีน



4. นอกจากนี้ มีรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ในเช้าวันนี้ ระบุถึงการที่สหรัฐได้ละเมิดอย่างร้ายแรงต่อหลักการไม่เลือกปฏิบัติในกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (WTO) จนได้ทำลายความสนใจในการลงทุนของจีน

ถึงแม้ว่า ทั้งสองปรระเทศยอมรับที่จะมีการตั้งทีมเจรจาการค้า โดยส่งผลให้ความตึงเครียดผ่อนคลายลง โดยตลาดมีการดีดตัวกลับร้อนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ แต่บรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ยังคงมีความกังวลต่อสงครามการค้าสหรัฐและจีน

ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ในทางกลับกันรัฐบาลปีกกิ่งสามารถจะเก็บภาษีจากบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ ซึ่งหากเป็นจริงเช่นนั้น ก็อาจทำให้บริษัทของสหรัฐต้องขึ้นราคาสินค้าซึ่งเท่ากับเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค ก็อาจจะกระทบรายได้ของธุกิจในกลุ่มเทตโนโลยีดังกล่าว



5. หุ้นเอเชียผันผวนเล็กน้อย ท่ามกลางนักลงทุนหวั่นเกิดสงครามการค้าจีนและสหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนโดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้ความไม่เป็นธรรมทางการค้า ขณะที่ก่อนหน้าจีนจะไม่ต้องการให้เกิดสงครามทางการค้า แต่ก็ไม่อาจจะอยู่เฉยหากเศรษฐกิจของจีนได้รับผลกระทบ แต่ในที่สุดรัฐบาลจีนประกาศตอบโต้สหรัฐด้วยการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ

ดัชนี NIKKEI 225 ญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 21,562 เพิ่มขึ้น 107.71 จุด หรือ 0.50% ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในวัน Easter หุ้นไทยอยู่ที่ 1,778 เพิ่มขึ้น 2.04 จุดหรือ 0.11%

โดยที่ดาวโจนส์ปิดในวันศุกร์ที่ 24,103 พุ่งขึ้น 254.69 จุด หรือ 1.07% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,640 พุ่งขึ้น 1.38% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,063 พุ่งขึ้น 1.64% ทางด้านดาวโจนส์ ฟิวเจอร์ส อ่อนตัวลงที่ระดับ 24,059 ร่วงลง 86 จุดหรือ 0,36% ช่วงเช้าวันนี้

ข่าวล่าสุด