อธิบดีอัยการภาค 7 สมศรี วัฒนไพศาล บอก ถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดี 9 ข้อหา นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก ใน คดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ว่า ได้รับผลการสอบสวนที่สั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 2 เรียบร้อยแล้วขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าพยานหลักฐาน สำนวนคดีครบถ้วนหรือไม่ คาดว่าในสัปดาห์หน้านี้ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย และหากอัยการมีความเห็นอย่างไรก็จะมีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน พร้อมยอมรับหากมีบางข้อหา ที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ก็จะต้องส่งสำนวนไปที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาว่าจะเห็นพ้องหรือแย้งกับอัยการ หากเห็นพ้องกับอัยการก็จะไม่มีการสั่งฟ้องในข้อหานั้น แต่หากเห็นแย้งก็จะต้องเสนอให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดต่อไป
อธิบดีอัยการภาค 7 ยืนยันว่า การทำงานของอัยการยึดความถูกต้อง และต้องทำอย่างรอบคอบที่สุด เพราะความเห็นในทางคดีของพนักงานอัยการ กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหา แต่ยืนยันไม่มีการยื้อหรือดึงคดีไว้อย่างแน่นอน มั่นใจว่าอัยการจะมีความเห็นก่อนครบผลัดฟ้องครั้งที่ 7 และขอความร่วมมือการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ตลอดจนการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ใช้ความระมัดระวังโดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญและสังคมจับตามองวานนี้ ตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นำสำนวนคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน พร้อมตัวผู้ต้องหาส่งอัยการศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จังหวัดสมุทรสาคร
ส่วนคดี พรบ.อาวุธปืน คดีครอบครองงาช้าง ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรและส่งแวดล้อม ส่งสำนวนต่อ อัยการสำนักงานคดีอาญา และ อัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากรโดยไม่ต้องนำตัวผู้ต้องหามาเนื่องจากมีการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าทุกสำนวนที่อยู่ในอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถส่งให้กับอัยการทันตามกรอบเวลา หลังจากนั้นจะต้องรอว่าอัยการจะมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมตำรวจก็จะหมดอำนาจให้การสอบสวน และคดีทั้งหมดพนักงานอัยการจะเป็นพิจารณาคดี