หลังกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ หลังปรากฏภาพรถมินิมาร์ตเคลื่อนที่ของห้างค้าปลีก เร่ขายสินค้าถึงหน้าบ้าน จุดที่ร้านสะดวกซื้อเข้าไปไม่ถึง ทำเอาหลายคนมองว่าการที่กลุ่มทุนรายใหญ่รุกคืบเข้าหาชุมชนแบบนี้ จะเป็นการตัดโอกาสของพ่อค้าแม่ขายที่ยึดอาชีพร้านโชว์ห่วย รถพุ่มพวง หรือไม่ รวมถึงมีบางส่วนมองว่าผู้ประกอบการรายใหญ่กำลังรังแกผู้ค้ารายย่อยหรือไม่ เรื่องนี้ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ให้ความเห็นในรายการคมชัดลึกไว้ว่าในอนาคตร้านค้าโชว์ห่วยรวมถึงรถพุ่มพวงอาจจะอยู่ไม่รอด
เพราะการรุกคืบของห้างค้าปลีกมีวิธีการที่จะทำให้ผู้ค้ารายย่อยอยู่ไม่รอดและหากลยุทธ์ทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มยอดขาย เปรียบเหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็ก อีกทั้งยังฝากถึงรัฐบาล ให้มีมาตราการในการดูแลผู้ค้ารายย่อยอีกด้วย ขณะที่ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจและการเมืองก็ได้เสนอมุมมมองไว้เช่นเดียวกันว่า กลุ่มผู้ค้าโชว์ห่วย-รถพุ่มพวง บางรายก็มีโอกาสรอด เพียงแต่ต้องปรับกลยุทธ์ในการขายเพิ่มมากขึ้น อาศัยความคลุกคลีกับชาวบ้าน เพื่อเรียนรู้ว่าคนในชุมชนต้องการอะไร รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่าเดิม
ด้านผู้ค้ารถพุ่มพวงรายหนึ่ง ที่ทีมข่าว"เนชั่นทีวี" ลงพื้นที่ไปพูดคุย สะท้อนความรู้สึกให้ฟังว่า ตนยึดอาชีพนี้มานานกว่า 30 ปี กำไรในแต่ละวันไม่ได้มากมายอะไร เมื่อรู้ข่าวว่ามีรถมินิมาร์ทเคลื่อนที่ทำลักษณะเดียวกัน ก็รู้สึกกังวล แต่ก็คงต้องทำอาชีพนี้ต่อไป หากถึงวันที่จะไปไม่รอด ก็ต้องยอมรับสภาพนอกจากรถมินิบิ๊กซี ล่าสุดวานนี้ โลกโซเชียลก็ยังมีการแชร์ภาพ รถเร่ของแฟมิลี่มาร์ท ซึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มเซนทรัลโผล่ออกมาอีกด้วย ทำให้เกิดเป็นเสียงวิพากวิจารณ์อีกระลอก ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลธุรกิจ รถเร่ค้าปลีกของบริษัทยักษ์ใหญ่ พบว่า มีหลายบริษัทที่นำรถประเภทดังกล่าวมาทดลองวิ่ง เพื่อต้องการเปิดตลาดใหม่ และต่อยอดทางธุรกิจ รวมทั้งมีบริการรูปแบบอื่นๆ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อบริการ อาทิ รถขายสินค้าของแฟมิลี่ มาร์ท หรือแม้แต่ รถเร่ขายสินค้าของรัฐบาลอย่าง รถธงฟ้าประชารัฐ ก็มีออกมาก่อนหน้านี้แล้ว หรืออย่าง เทสโก้โลตัส ก็มีบริการส่งสินค้าถึงบ้าน หากซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ที่กำหนดราคาซื้อขั้นต่ำ โดยใช้โปรโมชั่นเข้ามาจูงใจ เช่น จัดส่งฟรี หรือส่งภายใน 1 ชั่วโมง