ที่เกิดเหตุเป็นหอพัก 3 ชั้น ที่ชั้นล่างห้องเลขที่ 3 พบศพนางแจ่มศรี ทองชัย อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/8 ม.6 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ใส่ผ้าถุงนุ่งกระโจมอก นอนคว่ำหน้าอยู่กลางห้องข้างเตียงนอน โดยมีบาดแผลที่บริเวณลำคอถูกของมีคมฟันเข้ารอบลำคอจนเกือบขาดและมีรอยแผลถูกฟันบริเวณแผ่นหลังอีก 2 แผล หน้าอก 1 แผล ส่วนที่ศีรษะถูกถังแก๊สปิกนิคทุบจนกะโหลกร้าว เลือดไหลนองเต็มพื้นห้อง และเริ่มแห้งเกรอะกรัง ศพเริ่มมีกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน
ขณะที่จากการตรวจสอบทรัพย์สินภายในห้องพบว่า สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมด้วยพระหลวงปู่หลิวเลี่ยมทอง ที่ผู้ตายถอดเก็บไว้ในกระเป๋าถือ กับ แหวนทองคำ 2 วง ยังคงอยู่ที่เดิม แต่เงินสดบางส่วนและสร้อยคอมือที่ผู้เสียชีวิตเพิ่งจะทำมาใส่นั้น ได้หายไป
จากการสอบถามนาย ก้องเกียรติ แพรกสมุทร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 หมู่ที่ 4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งที่ผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ บอกว่า ผู้ตายทำงานที่บริษัทฯ มานานประมาณ 7-8 ปีแล้ว ในตำแหน่งแม่บ้านของบริษัท โดยมีนิสัยเป็นคนขยันทำงาน สนุกสนาน ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และชอบแต่งตัวไปช่วยงานต่างๆ เช่น งานบวชจึงทำให้เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนรวมงานและคนในหอพัก โดยเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมาคือ ตั้งแต่เมื่อเช้าวันพุธ (28 มี.ค.) นางแจ่มศรี ไม่ได้ไปทำงาน ทุกคนก็คิดว่าอาจจะป่วยหรือไปธุระ แต่ก็ผิดปกติเนื่องจากเวลาที่ผู้ตายจะหยุดนั้นจะต้องโทรศัพท์มาลางาน
กระทั่งมาถึงเมื่อเช้าที่ผ่านมา ( 29 มี.ค.) ผู้ตายก็ยังไม่มาทำงานอีก ทางบริษัทฯ ต้องการจะได้กุญแจห้องเก็บของที่ผู้ตายเป็นคนเก็บเอาไว้ จึงได้ให้หัวหน้างานโทรตาม ซึ่งก็มีสัญญาณโทรศัพท์ติดแต่ไม่มีคนรับสาย จึงตกลงกันว่าจะมาหาที่หอพัก เมื่อมาถึงพบว่ากุญแจห้องถูกล๊อคจากข้างนอก แต่พอโทรเข้าไปกลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดังนั้นจึงได้ประสานผู้ดูแลหอ ให้มาตัดกุญแจห้องเข้าไป ก็พบว่านางแจ่มศรีฯ เสียชีวิตอยู่ภายในห้อง
ด้านนายสมคิด กันอรุณ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.2 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ผู้ดูแลหอพัก บอกว่า ปกติผู้เสียชีวิตจะอยู่ห้องเพียงคนเดียวมานานหลายปีแล้ว แต่เมื่อราวๆ 1 ปีที่ผ่านมานั้น มีลูกชายของผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายจรินทร์ หรือต้น ทองชัย อายุ 38 ปี มาขอพักอาศัยด้วย โดยไม่ยอมทำงานและยังติดยาเสพติดกับสารระเหย (กาว) จนทำให้มีอาการทางระบบประสาทอีกด้วย ซึ่งผู้ตายกับลูกชายมักจะมีปากเสียงกันเสมอ เพราะลูกชายชอบลักเงินของผู้เสียชีวิตไปซื้อกาวมาดม ทำให้ผู้ตายเกิดความเอือมระอา อยากจะให้ตำรวจมาจับตัวไปบำบัดรักษา แต่ก็ไม่ได้ผล ซึ่งผู้ตายก็เคยเล่าให้หลายๆคนฟัง ทั้งเพื่อนร่วมหอและญาติพี่น้องว่า รู้สึกหวาดระแวงกลัวจะถูกทำร้ายร่างกาย แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ผู้ตายกลัวโดยมาถูกฆ่าตาย
ส่วนลูกสาวของผู้เสียชีวิตบอกว่า แม่ได้โทรศัพท์ไปหาตนครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 27 มีนาคม เพื่อพูดคุยกับหลานสาว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อแม่ได้อีกเลย เพราะโทรมาแม้จะติดแต่ไม่มีคนรับสาย ซึ่งตนก็ไม่ได้เห็นว่าผิดสังเกตอะไร จนกระทั่งมาทราบว่าแม่ถูกฆ่าเสียชีวิต โดยคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของน้องชายต่างบิดากับตน ที่หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพไปสถาบันนิติเวชเพื่อตรวจดูบาดแผลที่ถูกฆาตรกรรม และหาว่ามีร่องรอยของการถูกข่มขืนร่วมด้วยหรือไม่ ขณะที่ พล.ต.ต.มานะ อินพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ก็ได้สั่งการให้ตั้งชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งเชื่อมั่นว่า ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครอย่างแน่นอน