ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางลงสะพานข้ามคลองยายเทียบ ห่างไป 100 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว ตัวเก่าไม่ทราบรุ่น สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎส-968 กรุงเทพมหานคร ที่กระจกด้านหน้าติดสติ๊กเกอร์ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 จอหอ รุ่น 61 ในลักษณะปีนบาทวิถีตรงเกาะกลางถนนพุ่งขึ้นไปชนเสาตอม่ออรถไฟฟ้า BTS สายสีน้ำเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างยังไม่เปิดใช้บริการ ทำให้ตัวรถหมุนคว้างไปจอดนิ่งสนิทอยู่บนถนนเพชรเกษมขาออก ซึ่งเป็นทิศทางฝั่งตรงกันข้าม ตรวจสอบพบว่าสภาพด้านหน้ารถพังยับจนถึงห้องโดยสาร ตัวถังซีกขวายุบทั้งแถบ
โดยมีผู้ขับขี่เป็นชาย 1 ราย นอนหมดสติอยู่ภายในตัวรถ โดยขาทั้ง 2 ข้างถูกคอนโซลหน้ากดทับเอาไว้ทำให้ร่างติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาช่วยกันปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว จึงได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ ส.ต.ต.จตุรงค์ ช่างทองมะดัน หรือ "หมู่โย" อายุ 27 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สน.หนองค้างพลู สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ มีบาดแผลกระดูกหักตามร่างกายหลายแห่ง และบาดแผลฉกรรจ์ที่ท่อนขาทั้ง 2 ข้าง เบื้องต้นพบอาวุธปืน ยี่ห้อ Glock 19 ขนาด 9 มม. เครื่องแบบข้าราชการตำรวจ และกระเป๋าโน้ตบุ๊กของผู้ตาย กระจัดกระจายอยู่ภายในซากรถ จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นายตาล ศรีสุรักษ์ อายุ 30 ปี อาชีพ รปภ.ซึ่งเห็นการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถ จยย.มาเติมน้ำมันที่ปั๊มข้างๆ ห้างโลตัส ห่างจุดเกิดเหตุไม่ถึง 150 เมตร จู่ๆ เห็นรถผู้ตายขับรถพุ่งลงจากสะพานข้ามคลองยายเทียบ ปีนบาทวิถีตรงเกาะกลางถนน และรถยังได้ขึ้นไปชนตอม่อรถไฟฟ้าจนทำให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว โดยไม่มีเสียงเบรกห้ามล้อแต่อย่างใด จากนั้นได้มีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณห้องเครื่อง ซึ่งตนและเด็กปั๊มกับพลเมืองดีหลายคน จึงได้รีบวิ่งนำเอาน้ำไปช่วยกันดับจนเพลิงสงบ แต่ไม่สามารถเปิดประตูช่วยนำร่างคนขับออกมาได้ เนื่องจากสภาพรถได้รับความเสียหายมาก จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ และประสานอุปกรณ์ตัดถ่างมาช่วยสนับสนุน
ทางด้าน พ.ต.ท.กฤษณะ กล่าวว่า จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวและประสานไปที่ผู้บังคับบัญชา สน.หนองค้างพลู ต้นสังกัด ยืนยันว่า ส.ต.ต.จตุรงค์ ผู้ตายเป็นตำรวจจริง โดยก่อนเกิดเหตุเพิ่งออกเวรจากการไปปฏิบัติภารกิจตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา และเปลี่ยนเสื้อผ้าขับรถออกจากโรงพัก เพื่อจะมุ่งหน้าไปพักผ่อนและดูแลมารดาที่บ้านย่านบางนา ตามปกติที่ทำทุกวัน เนื่องจากบิดาผู้ตายได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายอาจหลับใน จากอาการเหนื่อยล้า เพราะปฏิบัติหน้าที่มาตลอดทั้งวัน จึงทำให้ขับรถเหินลงสะพานข้ามคลองโดยไม่ได้แตะเบรก โดยหลังจากนี้จะมอบศพให้กู้ภัยนำส่งนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อทำการผ่าชันสูตร ก่อนประสานญาติพี่น้องให้มารับทรัพย์สินและร่างผู้ตายไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.