เนชั่นทีวี

ข่าว

ลุยตรวจมลพิษป้องปราม "ดูดทรายแม่น้ำโขง"

29 มี.ค. 2561 | wanchat

ลุยตรวจมลพิษป้องปราม "ดูดทรายแม่น้ำโขง"

ล่าความจริงวันนี้ เริ่มต้นกันที่ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ซึ่งได้ร้องเรียนเข้ามายัง "ศูนย์ร้องทุกข์ ล่าความจริง" เป็นความเดือดร้อนจากกิจการ "ดูดทรายแม่น้ำโขง" คุณผู้ชมคงยังจำกันได้ เราส่งทีมข่าวลงพื้นที่ไป และได้เห็นสภาพความเดือดร้อนของพี่น้องที่นั่น บ้านทั้งบ้านเต็มไปด้วยฝุ่นทราย แม้แต่ในห้องนอนและบนเตียงนอนก็ยังมี จนแทบจะใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้ ขณะที่กองทรายสูงกว่าตึก 2 ชั้นขวางทางน้ำธรรมชาติ ทำการเกษตรก็ไม่ได้ หลังจากที่เรานำเสนอข่าวไป ปรากฏว่านายอำเภอสังคมได้ออกคำสั่งระงับการดูดทรายชั่วคราว และให้ผู้ประกอบกิจการท่าเรือดูดทรายทั้ง 3 แห่ง หยุดขนส่งทรายที่ดูดได้ในแม่น้ำโขงเป็นเวลา 3 วัน ความเคลื่อนไหวล่าสุดในพื้นที่เป็นอย่างไร วันนี้เรามีความคืบหน้ามาเล่าให้ฟัง

ลุยตรวจมลพิษป้องปราม "ดูดทรายแม่น้ำโขง"

ท่าเรือดูดทรายในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มีทั้งหมด 4 แห่ง เมื่อเดือนที่แล้วนายอำเภอสั่งปิดไปก่อน 1 แห่ง ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสั่งปิดอีก 3 แห่ง แต่ก็เป็นการสั่งปิดชั่วคราวเพียง 3 วันเท่านั้น คือ 26-27 และ 28 มีนาคม วันนี้เป็นวันแรกที่คำสั่งสิ้นผลบังคับใช้ แม้จะเป็นการสั่งปิดแค่ 3 วัน แต่ก็สร้างความหวังให้กับพี่น้องชาวอำเภอสังคมเป็นอย่างมาก เราไปฟังความเห็นของพวกเขากัน
ป้าเมฆ ศรีเกิด ชาวบ้านผาตั้ง อำเภอสังคม บอกกับล่าความจริงว่า หลังจากนายอำเภอมีคำสั่งระงับการดูดทรายชั่วคราว ปรากฏว่าปริมาณทรายที่ปลิวเข้าบ้านมีน้อยลงเกือบครึ่ง แต่เมื่อวันนี้ท่าเรือดูดทรายกลับมาเปิดกิจการเหมือนเดิม ก็ต้องก้มหน้าใช้ชีวิตแบบเดิมต่อไป จนกว่าทางจังหวัดจะเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด

ลุยตรวจมลพิษป้องปราม "ดูดทรายแม่น้ำโขง"


"ล่าความจริง" ได้ขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ คุณศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม ซึ่งเป็นนายอำเภอหญิง ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะดำเนินการต่อไป ได้รับคำตอบว่า ทางอำเภอสังคมได้ทำงานร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัดหนองคายมาตลอด ล่าสุดได้ยื่นหนังสือไปที่กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ และกระทรวงสาธารณสุข ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบเพิ่มเติม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้สั่งการให้อำเภอสังคมติดตามหนังสือที่ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนโดยเร็ว รวมทั้งนำเครื่องตรวจวัดสภาพอากาศไปติดตั้งบริเวณที่รถบรรทุกทรายวิ่งผ่าน เพื่อสุ่มตรวจวัดระดับมลพิษอย่างต่อเนื่อง

ลุยตรวจมลพิษป้องปราม "ดูดทรายแม่น้ำโขง"



นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ยังย้ำกับทางอำเภอว่า ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด แม้การประกอบกิจการท่าเรือดูดทรายจะผ่านประชาคมของชาวบ้านในพื้นที่ก็ตาม แต่เมื่อชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และมีเสียงร้องเรียนว่าการทำประชาคมไม่โปร่งใส ทางจังหวัดและอำเภอก็ต้องช่วยแก้ไขปัญหา นายอำเภอหญิงยังย้ำด้วยว่า การออกคำสั่งระงับการดูดทรายครั้งนี้ เปรียบเสมือนใบเตือนให้ผู้ประกอบกิจการ หากยังฝ่าฝืนหรือกระทำเข้าข่ายความผิด ก็จะนำไปสู่การพิจารณาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอย่างถาวรต่อไป
นี่คือแนวทางการแก้ไขปัญหาของหน่วยราชการในพื้นที่นะคะ ล่าความจริงก็จะเกาะติดต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เพราะพี่น้องที่นั่นเดือดร้อนกันจริงๆ

ข่าวล่าสุด