จังหวัดแรกของไทย! เชียงใหม่เปิดตัวไลน์ "DustBoy" เตือนภัยตัวเองเมื่อค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน
28 มี.ค. 2561

เชียงใหม่เปิดตัวแอดไลน์ "DustBoy" เตือนภัยตัวเองเมื่อค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย
ข่าว
28 มี.ค. 2561

เชียงใหม่เปิดตัวแอดไลน์ "DustBoy" เตือนภัยตัวเองเมื่อค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย
รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญในการนำเสนอข้อมูลปัญหาหมอกควัน และข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอกาศมาโดยตลอด และจังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาหมอกควันมานานเป็น 10 ปี แต่การแจ้งเตือนภัยปัญหาหมอกควัน ด้วยเครื่องวัดคุณภาพทางอากาศยังมีไม่ครอบคลุม กระทั่งได้รับโจทย์ จากหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ว่า อยากได้เครื่องมือแจ้งข้อมูลคุณภาพอากาศให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็วที่สุด เพราะแต่ละวันข้อมูลจากภาครัฐยังไม่ครอบคลุมทุกจุด จึงได้หารือกับนักวิจัยดร.อาทิตย์ ยะวุฑฒิ มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา และอาจารย์ลริศรา สาตะรักษ์ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวง พัฒนาเครื่องมือตรวจวัด ร่วมกันพัฒนาของระบบของซิสเต็ม และเน็ตเวริต์ รวมทั้งไลน์บอท แอดชื่อว่า DUSTBOY เพื่อเช็คคุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่
โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการแถลงข่าว การใช้ดัชนีวัดคุณภาพอากาศภาคประชาชนPeople AQI ในวันที่ 29 มีนาคม 2561 ภายใต้เครือขา่ยเฝ้าระวังและเตือนภัยวิกฤตหมอกควันด้วยดัชนีคุณภาพอากาศภาคประชาชน หรือ People AQI ซึ่งถือว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่กำหนดการเตือนภัยกันเอง เมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เพื่อป้องกันอันตรายจากค่าฝุ่นขนาดเล็ก โดยเบื้องต้นนำร่อง 6 สถานี และในปลายปีนี้จะมี 20 สถานี ในจำนวนนี้ 11 จุด จะร่วมมือกับทางกรมอนามัยเข้าไปติดตั้งเครื่องมือในโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ยังมีเครื่องมือในการวัดคุณภาพอากาศไม่ครอบคลุม ทั้งPM10 และPM2.5 ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่มีสถานีวัดคุณภาพอากาศPM2.5เพียง 1-2สถานีเท่านั้น
ทั้งนี้ ได้ใช้วิธีการเชื่อมโยงจากการพัฒนาฮาร์ดแวร์ โดยใช้เซ็นเซอร์ที่สามารถวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ โดยคำนวนเป็นค่าดัชนีคุณภาพอากาศ ใช้วิธีการของกรมควบคุมมลพิษ แต่ปรับเกณฑ์ให้ใกล้เคียงมาตรฐานUSEPA เพราะประเทศไทยยังไม่ได้ใช้การวัดคุณภาพทางอากาศPM2.5 แต่หากว่าในอนาคตรัฐบาลประกาศให้ใช้การวัดคุณภาพทาองกาศ PM2.AQI ก็สามารถที่จะปรับรูปแบบใช้ได้ นอกจากนี้เน็ตเวริ์คเครื่องมือนี้สามารถเก็บข้อมูลฝุนรายสิบวินาทีได้ในแต่ละจุด และจะส่งข้อมูลเข้ามาซึ่งใช้บิ๊กดาต้าในการเก็บข้อมูล เมื่อทุกอย่างเชื่อมต่อกัน จะรายงานผลทำบนเวปไซต์www.cmuccc.org ทำให้ทราบว่าคุณภาพอากาศจุดที่อยู่นั้นมีอากาศดีหรือไม่ดี ด้วยการแสดงเป็นแถบสี ข้อความแนะนำ จากนั้นก็เข้ามาเชื่อมต่อกับไลน์แชทบอท DUSTBOY ซึ่งหลังจากนี้ประชาชนชาวเชียงใหม่สามารถที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนด้วยแดนไลน์ และผ่านการสแกนจากคิวอาร์โค้ท ทำให้ต่อไปไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหน หากว่าอยากทราบว่า สถานีไหนมีสภาพอกาศอย่างไรก็สามารถเปิดไลน์ ตรวจดูค่าคุณภาพอากาศ และเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่ปกติ หรือมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานได้
รศ.ดร.เศรษฐ์ กล่าวอีกว่า การพัฒนาฮาร์มแวร์ ซิสเต็ม และเครื่องมือสื่อสาร ไม่ได้มีงบประมาณสนับสนุนเท่าใดนัก ใช้จากต้นทุนที่มีอยู่ โดยเบื้องต้นในแต่ละสถานีใช้งประมาณเพียง 20,000 บาท หากว่าต่อไปเครื่องนี้หากนำไปพัฒนาต่อ และมีเครือข่ายเข้ามาสนับสนุนมากขึ้น โดยมั่นใจว่าจะเป็นแนวทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ คนในภาคเหนือ และกรุงเทพฯที่ได้รับผลกระทบ โดยเป้าหมายในอนาคตจะมีการพัฒนาให้เกิดสถานีวัดคุณภาพอากาศลักษณะนี้ทั่วภาคเหนือ และอยากให้เครือข่ายเกิดจากการพัฒนาจากประชาชนในภาคเหนือ และเป็นการทำแบบลักษณะโอเพ่นดาต้า เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกันมากขึ้น เพราะขณะนี้ประชาชนยังไม่มั่นใจว่าอีกกี่ปีจะแก้ไขปัญหาหมอกควันได้ ดังนั้่น เครื่องมือนี้ จะเข้ามาทำหน้าที่แจ้งเตือนให้ประชาชนต้องทราบว่าเกิดปัญหาหมอกควันต้องปฎิบัติ และรับมือความอันตรายอย่างไร โดยทางกลุ่มนักวิจัยในครั้งนี้ และหอการค้าเชียงใหม่คาดหวังว่า เครื่องนี้สร้างองค์ความรู้และเข้าใจค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กทั้งPM2.5และPM10 ให้กับประชาชนได้รับรู้ว่ามีอันตรายที่ต้องระวังตัวอย่างไร
ข่าวล่าสุด