ข้อสงสัยจากองค์กรตรวจสอบการใช้งบประมาณในพื้นที่ รวมถึงภาคประชาชน เกี่ยวกับโครงการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ มีหลายประเด็น เช่น
1.ราคาต่อเครื่องแพงเกินไปหรือไม่
2.ทำไมต้องแยกจัดซื้อออกเป็น 2 สัญญา โดยใช้การจัดซื้อ "วิธีพิเศษ" ไม่มีการประกวดราคา
3.ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือกพื้นที่ และบริเวณที่ติดตั้งตู้กรองน้ำฯ
4.มีการอบรมผู้นำท้องถิ่นหรือผู้นำชุมชนเพื่อดูแลตู้กรองน้ำฯ ให้ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาหรือไม่
และ 5.ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ เพราะตู้กรองน้ำฯ ใช้งานได้ 2 ระบบ คือ พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบไฟฟ้า
นี่คือข้อสังเกตที่ถูกตั้งคำถาม ล่าสุดวันนี้ คุณพิทยา รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศอ.บต. ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ชี้แจงผ่าน "ล่าความจริง" เกือบครบทุกประเด็น เริ่มจาก เรื่องราคาที่มองว่าสูงเกินไปหรือไม่ คุณพิทยา อธิบายว่า ตู้กรองน้ำตัวนี้เป็นตู้กรองน้ำขนาดใหญ่ วันหนึ่งสามารถผลิตน้ำสะอาดได้ถึง 4,000 ลิตร ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ และได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ต่อมาคือเรื่องหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่ติดตั้งตู้กรองน้ำฯ ทาง ศอ.บต.เลือกพื้นที่ที่มีประชาชน้องขอเข้ามาจำนวนมาก และเมื่อนำตู้กรองน้ำฯไปติดตั้งแล้ว ก็ได้จัดอบรมผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้สามารถดูแลรักษาตู้กรองน้ำฯได้อีกด้วย ส่วนความเป็นห่วงการดูแลรักษาตู้กรองน้ำฯ หลังจากหมดระยะเวลาประกันจากบริษัทผู้ติดตั้ง ขณะนี้มีบางพื้นใช้วิธีรับบริจาคเงินจากผู้ที่มาใช้บริการ (มากดน้ำฟรี) เพื่อลงขันสำหรับซ่อมบำรุงเมื่อตู้เสีย และในอนาคตก็จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล เข้ามาดูแลและรับผิดชอบร่วมด้วย
ส่วนประเด็นการแบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา เป็นเพราะจุดที่ติดตั้งส่วนหนึ่งอยู่นอกพื้นที่ความมั่นคงของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า คืออยู่นอกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เป็น "พื้นที่พัฒนา" ของ ศอ.บต. คือ จังหวัดสตูล และสงขลา คุณพิทยา ยืนยันทิ้งท้ายด้วยว่า ตามข่าวที่อ้างว่ามีตู้กรองน้ำฯบางจุดชำรุด ก็ไม่เป็นความจริง เพราะมีเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอไปตรวจสอบตลอด ย้ำว่าโครงการนี้คุ้มค่าจริงๆ และประชาชนชอบมาก
นี่คือคลิปตัวอย่างที่ทาง ศอ.บต. และบริษัทผู้ติดตั้งตู้กรองน้ำฯ ส่งมาให้ล่าความจริง คือเมื่อวานเราได้นำเสนอภาพตู้กรองน้ำฯ บางตู้ เพิ่งนำไปติดตั้ง แต่มีลักษณะคล้ายๆ สนิมขึ้น โดยเป็นตู้กรองน้ำฯ ที่ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี พอภาพข่าวถูกนำเสนอออกไป วันนี้ช่างของบริษัทได้รุดไปตรวจสอบทันที และได้เช็ดคราบคล้ายสนิมออกแล้ว ยืนยันว่าตู้ไม่ได้ขึ้นสนิม แต่เป็นคราบที่เกิดจากสภาพอากาศบริเวณนั้นอยู่ใกล้ทะเล นอกจากนั้นยังมีการไปสอบถามชาวบ้านที่ไปกดน้ำดื่ม ชาวบ้านบอกว่าน้ำรสชาติอร่อยดี ไปฟังเสียงกันค่ะ
สำหรับบริษัทผู้ติดตั้งและจำหน่ายตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ ศอ.บต. คือ "บริษัท เซ็นทริก (ประเทศไทย) จำกัด" ตั้งอยู่ที่ถนนนวลจันทร์ ในกรุงเทพฯนี่เอง ล่าความจริงได้ส่งทีมข่าวไปสังเกตการณ์ และคุยกับวิศวกรของบริษัท ได้รับการยืนยันว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาระบบเครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จนได้รับรางวัล "สุดยอดนวัตกรรม เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์" ประจำปี 2559 สามารถผลิตน้ำสะอาดคุณภาพมาตรฐานองค์การอนามัยโลกได้วันละ 4,000 ลิตร โดยตู้กรองน้ำฯ ที่นำไปติดตั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ราคาปกติตู้ละ 1 ล้านบาท แต่เมื่อเป็นโครงการของส่วนราชการ และยังนำไปติดตั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงคิดราคาพิเศษอยู่ที่ตู้ละ 549,000 บาทเท่านั้น โดยตู้กรองน้ำฯทุกตู้ ติดตั้งระบบควบคุมและรายงานผลระยะไกล สามารถตรวจสอบคุณภาพเครื่องและการทำงานของเครื่องได้ผ่านทางออนไลน์ ทั้งยังมีช่างประจำอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้นับสิบคนนี่คือคำชี้แจงจากผู้รับผิดชอบ ทั้ง ศอ.บต. และบริษัทผู้ผลิต ก็ถือเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่ "ล่าความจริง" นำมาฝากกัน แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ ยังมีประเด็นที่ต้องตามกันต่อ ติดตามในวันพรุ่งนี้