ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) จับกุมตัวได้บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด(หลังเก่า) ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ผู้คนพลุกพล่าน มีบ้านพักข้าราชการหลายหน่วยงาน ตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก
จากที่เวลา 18.00 น. วันที่ 25 มี.ค.61 เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอ.ปส.) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม (นรข.) ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติดลักลอบนำกัญชาเข้ามาในประเทศไทย คาดว่าจะนำขึ้นฝั่งในเขตชุมชนของเทศบาลเมืองนครพนม ครั้งแรกชุดจับกุมคิดว่าการข่าวคลาดเคลื่อน เพราะตลอดพื้นที่ของเทศบาลเมืองนครพนมนั้น มีบ้านเรือนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามอยู่หนาแน่น หากจะขนขึ้นฝั่งจริงจะต้องลักลอบมากองไว้บริเวณที่ว่าง โดยเฉพาะหน้าบ้านพักข้าราชการ จึงร่วมกันวางแผนซุ่มโป่งตลอดแนวต้องสงสัย บางส่วนเป็นหน่วยเคลื่อนที่นอกเครื่องแบบ ออกตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำโขง
จนกระทั่งเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือ แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืนส่อง พบเรือต้องสงสัยดับเครื่องกลางแม่น้ำโขง เห็นชายสามคนภายในเรือช่วยกันพายเรือเข้าฝั่ง มาที่ท่าน้ำธรรมชาติบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เจ้าหน้าที่ที่ปลอมตัวเป็นชายเร่ร่อนจึงแสดงตนเข้าจับกุม แต่บุคคลทั้งสามทิ้งใบพายกระโจนขึ้นฝั่งวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สกัดดักจับกุมไว้ได้สองคน ส่วนอีกคนหนึ่งสามารถหลบหนีไปได้ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ ท้าวดวงใจ หรือก๊ะ ไชยนคร อายุ 27 ปีและ ท้าวสมพร หรือพอน สมสนุกอายุ 24 ปี ทั้งสองเป็นราษฎรแขวงคำม่วน สปป. ลาวตรวจสอบบริเวณท่าน้ำพบกัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวน 5 กระสอบ ตรวจนับได้ 209 แท่ง ( ประมาณ 209 กิโลกรัม)มูลค่ายาเสพติดประมาณ 1.6 ล้านบาท และเรือกีบ จำนวน 1 ลำ
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า มีท้าววงว่าจ้างให้ขนกัญชามาส่งให้กับพ่อค้าชาวไทยที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งตนทั้งสองรู้ว่าแถวนั้นเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น จึงบอกให้ท้าววงเปลี่ยนสถานที่ส่งเพราะเสี่ยงเกินไป แต่ท้าววงบอกว่าตรงไหนอันตรายที่สุด คือสถานที่ปลอดภัยที่สุด ประกอบกับมีค่าจ้างสูงจึงตกลง แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมเสียก่อน
ส่วนผู้ที่หลบหนีไปได้ก็คือท้าววงผู้ว่าจ้างนั่นเอง ระหว่างมีการจับกุมนั้นมีรถยนต์เก๋งคันหนึ่ง จอดติดเครื่องอยู่หน้าป้ายจวนผู้ว่าฯ ครั้นเห็นเจ้าหน้าที่กรูไปจับผู้ต้องหา รถยนต์คันดังกล่าวรีบเร่งเครื่องขับออกไปทันที ซึ่งกำลังตรวจสอบว่ามีส่วนพัวพันกับขบวนการนี้หรือไม่มี ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาว่า"ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท5 (กัญชา) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยผิดกฎหมาย"นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนมดำเนินคดีตามกฎหมาย