นายประจวบ อาจารพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงคำสั่งปิดป่า ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า คำสั่งปิดป่าดังกล่าว เป็นการปิดป่าแบบมีเงื่อนไข คือราษฎรที่อาศัยอยู่ในป่า ซึ่งเป็นชาวเขายากจนและมีการดำรงชีวิตด้วยการเก็บหาของป่ามายังชีพ ยังคงสามารถเดินทางเข้าไปเก็บหาของป่าได้ตามปกติ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะเน้นไปที่กลุ่มนักล่าสัตว์ต่างถิ่น ที่มักจะลอบเข้าป่าไปล่าสัตว์ และจะมีการเผาป่าเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าได้ยินเสียงฝีเท้าขณะออกล่าสัตว์ป่า จะมีมาตรการห้ามเข้าป่าล่าสัตว์อย่างเด็ดขาด รวมไปถึงราษฎรที่จะเข้าไปเก็บหาของป่า จะมีการตรวจเข้มจากเจ้าหน้าที่และผู้นำหมู่บ้าน เพื่อห้ามไม่ให้นำไม้ขีดไฟ , ไฟแช็ค หรือสิ่งอื่นใดที่สามารถทำให้เกิดไฟ เข้าไปในป่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการลอบเผาป่าและลดปริมาณหมอกควันไฟป่า ที่ยังคงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน
ด้านกรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานผลการตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เจือปนในอากาศ ล่าสุดในวันนี้ (26 มี.ค.) วัดค่าปริมาณฝุ่นละอองเจือปนในอากาศ ได้ 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นค่าเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยทั่วไป
ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองของแม่ฮ่องสอน ได้สูงเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 3 โดยเมื่อวันที่ 24 มี.ค.วัดได้ 128 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร , วันที่ 25 มี.ค. วัดได้ 136 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และวันนี้ วันที่ 26 มี.ค. วัดได้ 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ขณะที่การลอบเผาป่ายังคงมีอย่างต่อเนื่องในทุก 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่และราษฎร ต่างต้องพากันเข้าไปดับไฟป่าทุกวัน และส่วนหนึ่งไฟป่าที่เกิดบนเทือกเขาสูง จะไม่สามารถดับได้เนื่องจากเป็นหุบเขาและหน้าผาสูงชัน และต้องปล่อยให้ไฟป่าไหม้เชื้อเพลิงจนหมดและดับไปเอง ซึ่งประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้เกิดควันไฟป่าสะสมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขอนไม้ที่ล้มลงตามธรรมชาติ เมื่อติดไฟ จะลุกและคุกรุ่นส่งควันลอยสู่อากาศอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์จึงจะไหม้หมด
แหล่งข่าว ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในเขตพื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ระบุว่า หนักใจเรื่องการจับและปรับผู้ทำผิดกฎของหมู่บ้าน แต่กฎก็คือกฎ อยากให้ลูกบ้านทุกคนเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่มีการขึ้นป้ายเตือนและระบุเรื่องกฎของหมู่บ้านไปแล้ว ยังพบว่ามีการละเมิดกฎ โดยเฉพาะราษฎรจากหมู่บ้านอื่น ๆ ที่เข้ามาหาของป่าและล่าสัตว์ในเขตของหมู่บ้านตนเอง กรณีมีคำสั่งห้ามเข้าไปหาของป่า ของทางจังหวัดและจะมีคณะกรรมการจากศูนย์ควบคุมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า ของอำเภอออกตรวจพื้นที่และเจอการทำผิดกฎจะถูกดำเนินการอย่างเข้มงวด
"อยากจะให้ราษฎรในทุกพื้นที่ เข้าใจต่อสถานการณ์ดังกล่าวด้วย ยิ่งตอนนี้มีคำสั่งห้ามเข้าป่า เห็นคณะกรรมการไฟป่าออกสำรวจพบเจอบ่อยอยู่ กลุ่มพี่น้องที่หาของป่าบ้านใกล้เรือนเคียงกันไม่อยากทำกัน ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยเราในฐานะผู้นำต้องเข้มแข็ง ต้องย้ำเตือนลูกบ้านได้ขอร้องด้วยเพราะ มันเดือดร้อนกันไปหมดจริงๆนะแล้วอย่ามาว่ากันใจร้ายหากมีลูกบ้านจากหมู่บ้านอื่นเข้ามาหาของป่าในหมู่บ้านของตนเอง" แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว