เรื่องนี้ต้องย้อนความกันสักนิดหนึ่ง คือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมามีบุคลากรในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและร้องมาที่ กกอ. คือ คณะกรรมการการอุดมศึกษา เกี่ยวกับปัญหาธรรมาภิบาลหลายเรื่องของผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางคนโดยเฉพาะประเด็นการนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ส่วนตัว เป็นงานทอดผ้าป่าเสริมบารมีของผู้บริหารเองและการใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งไม่ต่ำกว่า 300 ครั้ง ทั้งๆที่เบิกค่าเดินทางแบบเหมาจ่ายตามระเบียบกระทรวงการคลัง เดือนละกว่า 3 หมื่นบาทไปแล้ว ซึ่งโดยปกติย่อมใช้รถของทางราชการไม่ได้อีก
เรื่องร้องเรียนเหล่านี้ทาง กกอ.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเชิญผู้เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัยเข้าชี้แจง กระทั่งได้สรุปความเห็นเป็นมติ กกอ.เสนอต่อ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่ามีปัญหาธรรมภิบาลเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยแม่โจ้จริงจึงเห็นควรให้รัฐมนตรีศึกษาใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เข้าดำเนินการกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (เช่น ปลดผู้บริหารที่มีปัญหาหรือส่งคณะทำงานเข้าไปควบคุมการบริหารงานของมหาวิทยาลัยแทน) แต่หลังจากได้รับมติกกอ. ทางรัฐมนตรีศึกษาฯเห็นว่าควรใช้กฎหมายปกติดำเนินการก่อน
จึงมอบหมายให้เลขาธิการกกอ.เชิญนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้มาหารือเป็นการด่วน ล่าสุดเมื่อวานนี้ ดอกเตอร์สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ กกอ. ได้เชิญนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดอกเตอร์อำนวยยศสุข เข้าพบเพื่อหารือ โดย ดอกเตอร์สุภัทร บอกกับนักข่าวว่านายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยอมรับว่ามหาวิทยาลัยแม่โจ้มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลตามที่ร้องเรียนจริงแต่เป็นปัญหาธรรมาภิบาลของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ธรรมาภิบาลของสภามหาวิทยาลัยและขอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. สรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงตลอดจนมุมมองของ กกอ. และคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ทั้งหมดส่งให้ทางสภามหาวิทยาลัย เพื่อนำไปพิจารณาและตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป ซึ่งจากข้อเสนอของนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้นี้ดอกเตอร์ สุภัทร บอกว่า จะส่งเอกสารต่างๆไปให้ภายในสัปดาห์หน้า
ดอกเตอร์สุภัทร เลขาฯ กกอ. บอกด้วยว่า การหารือเป็นไปด้วยดี นายกสภามหาวิทยาลัยรับว่าจะเร่งดำเนินการเพราะไม่อยากให้มีการทุจริตเกิดขึ้นในสถาบันอุดมศึกษา และพร้อมร่วมมือกับสกอ.ทุกเรื่อง ฟังดูแล้ว มุมมองของ ดอกเตอร์สุภัทร เชื่อว่าปัญหานี้จะจบได้ด้วยดี แต่ถ้าลองไปฟังมุมมองของกลุ่มคณาจารย์ที่ออกมาร้องเรียนปัญหาธรรมาภิบาลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยกันบ้างจะพบว่ากลุ่มคณาจารย์ไม่เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาจะเกิดขึ้นได้จริง โดยความเห็นของกลุ่มคณาจารย์สรุปเป็นข้อๆดังนี้
1.สภามหาวิทยาลัยทราบเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยบางคนมาตลอดและ ป.ป.ช.ยังเคยส่งเรื่องกลับไปให้สอบสวนเอง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีคือกรณีนำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ในงานทอดผ้าป่าเสริมบารมีส่วนตัว แต่สุดท้ายสภามหาวิทยาลัยกลับสรุปว่าไม่มีความผิดฉะนั้นการที่นายกสภามหาวิทยาลัยอ้างกับเลขาธิการ กกอ.ว่าจะขอข้อมูลการร้องเรียนและการตรวจสอบทั้งหมดไปพิจารณานั้นจึงมองได้ว่าเป็น "ยื้อเวลา" เพื่อรอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยคนนี้หมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนเมษายนปีหน้ามากกว่าซึ่งเมื่อผู้บริหารพ้นตำแหน่ง ก็จะพ้นผิดไปด้วย ข้อร้องเรียนทุกอย่างก็ถือว่าจบไป
2.การที่สภามหาวิทยาลัยอ้างว่าปัญหาธรรมาภิบาลมีเฉพาะฝั่งผู้บริหารไม่เกี่ยวกับทางสภาฯนั้น ทางกลุ่มคณาจารย์มองว่า สภาฯกำลังเล่นเกมเอตัวรอดเพราะตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 13 คน อยู่ระหว่างการนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามกฎหมายใหม่ ซึ่งนายกสภาฯคนปัจจุบันนี้ อยู่ในตำแหน่งมาถึง 21 ปีแล้ว หากได้รับโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งต่ออีก 1 วาระ3 ปี ก็จะเท่ากับอยู่ในตำแหน่ง 24 ปีขณะที่ปัจจุบันนายกสภามหาวิทยาลัย ดอกเตอร์อำนวย ยศสุข ก็อายุถึง 81 ปี ขณะที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เหลือ ส่วนใหญ่ก็เป็นชุดเดิมนั่งเก้าอี้มาคนละ 6-18 ปีทั้งสิ้น 3.กลุ่มคณาจารย์เห็นว่าแนวทางแก้ไขปัญหาคือใช้ ม.44 กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้เท่านั้น
ขณะที่กรรมการ กกอ.ท่านหนึ่งซึ่งร่วมลงมติให้แก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า จากการติดตามความเคลื่อนไหวการหารือกันระหว่างเลขาธิการกกอ.กับนายกสภามหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้น คิดว่าน่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ ฉะนั้นในการประชุมกกอ.ครั้งหน้า เดือนเมษายน กกอ.จะทบทวนมติเรื่องนี้และเสนอกับรัฐมนตรีศึกษาให้ใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาธรรมาภิบาลในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อนและช่องโหว่จากการอนุญาตให้มหาวิทยาลัยบริหารงานได้อย่างเป็นอิสระเพราะขนาด กกอ.มีมติขนาดนี้การแก้ปัญหาก็ยังวนไปวนมา ไม่ประสบความสำเร็จเสียที เรื่องนี้ส่อเค้าเป็นหนังเรื่องยาวล่าความจริงจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบเป็นระยะต่อไป