เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชิตสายเบิร์น" ส่ออ่วม ยธ.เล็งจัดหนัก

10 มี.ค. 2561 | te

"ชิตสายเบิร์น" ส่ออ่วม ยธ.เล็งจัดหนัก

ยธ.เล็งใข้มาตรการเข้มล้อมคอกผู้ต้องหาคดีข่มขืน ให้จัดเป็นนักโทษชั้นเลว เช็คประวัติก่อคดีซ้ำเสนอศาลไม่ให้ลดโทษ พร้อมชงอัยการฟ้องแพ่งเรียกสินไหมทดแทน

น.ส.ปิติกาญจ์ สิทธิ์เดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยถึงการเยียวยาช่วยเหลือนักศึกษาสาวกาฬสินธุ์ และแฟนหนุ่ม ผู้เสียหายที่ถูกนายทิษณุ โถนา หรือ ชิต สายเบิร์น ทำร้ายร่างกายและฉุดไปข่มขืนว่า นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้กำชับให้กรมคุ้มครองสิทธิฯให้ความช่วยเหลือตามหลักปฏิญญาว่าด้วยหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรมแก่ผู้ที่รับความเสียหายจากอาชญากรรม โดยเฉพาะนักศึกษาสาวที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งตามมาตรฐานสากลจะต้องได้รับความช่วยเหลือใน 4 ด้าน ได้แก่

1 ผู้ต้องหารายนี้จะต้องถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งเบื้องต้นตนจะประสานกรมราชทัณฑ์และยุติธรรมจังหวัด เพื่อตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์การกระทำผิดย้อนหลังว่าเคยก่อคดี หรือกลับมากระทำความผิดซ้ำหรือไม่ เท่าที่ทราบผู้ต้องหามีประวัติเสพยาและค้ายาเสพติด ตามหลักของกฎหมายจะไม่ได้รับการลดโทษ นอกจากนี้จะประสานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอไม่ให้ผู้ต้องหาได้รับการลดโทษ เมื่อถูกคุมขังที่เรือนจำก็จะถูกจัดเป็นนักโทษชั้นเลว


2. ผู้ต้องหาจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาให้กับเหยื่อ ตามาตรา 44/1 โดยอัยการจะทำหน้าที่เรียกค่าเสียหายละเมิดทางแพ่งในคดีอาญา เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้เหยื่อหรือผู้เสียหาย 3. การเยียวยาและการคุ้มครองความปลอดภัยโดยรัฐ เบื้องต้นกรมคุ้มครองสิทธิฯจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่นิติกรเข้าไปร่วมฟังขั้นตอนการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือการสืบพยานในชั้นศาล เนื่องจากผู้เสียหายที่ถูกข่มขืนจะมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติ จึงต้องได้รับการดูแลทางด้านจิตใจ 4. กรมคุ้มครองสิทธิจะประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พ.ม. และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อฟื้นฟูให้เหยื่ออาชญากรรมกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ


"ที่ผ่านมาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในคดีข่มขืนมักไม่ได้รับการดูแลทางสภาพจิตใจ สำหรับนักศึกษารายดังกล่าว ขณะนี้มีการสื่อสารกับบุคคลใกล้ชิดหรือบุคคลทั่วไปน้อยมาก โดยสิ่งที่น่าวิตกคือช่วงหลังถูกข่มขืนจะต้องตรวจร่างกายว่าจะมีอาการติดเชื้อเอดส์ โรคติดเชื้ออื่นๆ หรือมีการตั้งครรภ์หรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลา 3 เดือน โดยเหยื่อควรได้รับความช่วยเหลือควบวงจรตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้จ.กาฬสินธุ์อยู่ในโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนส ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของรัฐบาล แต่ข้อเท็จจริงกลับมีคดีรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่บ่อยครั้ง หากจะทำให้ประชาชนมีความสุขจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนนโยบายการทำงาน ซึ่งจะเริ่มจากคดีนี้โดยทำให้เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อนำไปใช้กับคดีอุฉกรรจ์และคดีความผิดทางเพศอื่นในประเทศต่อไป"น.ส.ปิติกาญจน์กล่าว


น.ส.ปิติกาญจน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิฯ อยากเสนอให้รัฐบาลเห็นความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน กรณีที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวหรือพ้นโทษออกมา จำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนผู้ตกเป็นเหยื่อให้รับทราบว่าบุคคลผู้นี้ได้ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ถือเป็นการแจ้งเตือนประชาชน หรือมีมาตรการติดตามตัวผู้พ้นโทษ เพื่อไม่ให้กระทำผิดซ้ำหรือก่อความเดือดร้อนให้ผู้บริสุทธิ์

ข่าวล่าสุด