"ศรีวราห์" ชี้สำนวนเปรมชัย คืบ 95% สรุปคดีก่อน 24 มี.ค.
09 มี.ค. 2561 | te

ศรีวราห์ติดตามผลตรวจดีเอ็นเอคดี เปรมชัย ยิงเสือดำ ด้วยตนเอง รับเอกสาร 28 หน้า จากกรมอุทยานฯ กลับไปประกอบสำนวน ขี้สำนวนคืบ 95% สรุปคดีก่อน 24 มี.ค.
ข่าว
09 มี.ค. 2561 | te

ศรีวราห์ติดตามผลตรวจดีเอ็นเอคดี เปรมชัย ยิงเสือดำ ด้วยตนเอง รับเอกสาร 28 หน้า จากกรมอุทยานฯ กลับไปประกอบสำนวน ขี้สำนวนคืบ 95% สรุปคดีก่อน 24 มี.ค.
บก.ปทส. วันนี้ (9 มีนาคม) ตามที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รงสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ว่า จะสรุปผลตรวจดีเอ็นเอ จากหลักฐานในคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้ต้องหาคดีล่าเสือดำ ให้ได้ภายในวันที่ 9 มีนาคม นั้น ช่วงเช้าวานนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้เดินทางไปที่ บก.ปทส.
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อเร่งรัดผลการตรวจชิ้นเนื้อและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เป็นหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ เช่น ซากเสือดำ ซากไก่ฟ้า กรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 ราย ล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี รวมทั้งมาสอบปากคำเจ้าหน้าที่ป่าไม้เพิ่มเติม
พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่าขณะนี้สำนวนดังกล่าวคืบหน้าไปแล้วกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะสรุปสำนวนส่งอัยการได้ทันในวันที่ 24 มี.ค. นี้ และในวันนี้ทางชุดพนักงานสอบสวน เชิญนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ มาสอบสวนเพิ่มเติม หลังจากที่นายชัยวัฒน์ลงพื้นที่เก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ กรณีเกี่ยวกับมีดที่พบในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 เล่ม ที่ระบุว่าใช้ชำแหละเสือดำ ซึ่งยอมรับว่ายังขาดผลตรวจในส่วนนี้ที่เป็นสาระสำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องมาเร่งรัดนำเข้าสำนวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้หลังจากที่ทางจ้าหน้าที่ตำรวจนำหลักฐาน และวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยครั้งแรกในวันที่ 6 ก.พ. และวันที่ 23 ก.พ. แต่พบว่าผลตรวจยังไม่ครบถ้วน และล่าช้าทางพล.ต.อ.ศรีวราห์จึงเดินทางมาเร่งรัด เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้รีบดำเนินการตรวจพิสูจน์ เพื่อให้สำนวนมีความครบถ้วนมากขึ้น
โดยการมาของรองผบ.ตร.เป็นช่วงเวลาที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีนายเปรมชัย กับพวกเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านทิศตะวันตก
ช่วงเช้าเวลา 9.30 น. นายชัยวัฒน์ ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เบื้องต้นได้ให้ถ้อยคำในเรื่องเกี่ยวกับการเก็บหลักฐานหลังจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์ได้ส่งบันทึกจับกุมดำเนินคดีกับนายเปรมชัย ต่อจากนั้นเป็นการเก็บหลักฐานอื่นๆ ที่หลงเหลือแล้วจัดทำแผนที่แสดงจุดเกิดเหตุและผังสิ่งของอุปกรณ์กระทำความผิด และซากสัตว์ป่าต่างๆ รวมทั้งที่ซุกซ่อนปืนไว้เป็นแผนที่แสดงอย่างชัดเจนมอบให้กับพนักงานสอบสวนสภ.ทองผาภูมิ และได้มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ในการเข้ามาของคณะนายเปรมชัย กับพวกอย่างละเอียด
เมื่อนายชัยวัฒน์ พบกับพลตำรวจเอกศรีวราห์ ได้พูดคุยกันอย่างเข้าใจกัน นายชัยวัฒน์ แจ้งว่ามิได้ติดใจหรือขัดแย้งแต่อย่างใดกับท่านศรีวราห์ แม้กระทั่งการแนะนำในข้อกฏหมายต่างๆ ยินดีน้อมรับมาปฏิบัติและข้อหาหรือบางเรื่องบางอย่างที่เป็นไปตามกฎหมาย หรือข้อที่จะต้องดำเนินไปตามชั้นพนักงานสอบสวน และบางอย่างซึ่งไม่สามารถนำมาเป็นพยานในชั้นสอบสวน ก็ได้ตัดบางอย่างออกไป แต่ในการเก็บหลักฐานครั้งนี้ หลักฐานที่นายชัยวัฒน์ เก็บได้ เป็นหลักฐานเพิ่มเติม ที่มีประโยชน์ เช่น เศษเขียง เลือดบนไม้ไผ่ เครื่องในลำไส้ใหญ่ กระดูกขาหลังขวา ของเสือดำ อุจจาระ เลือดบนใบไม้ ร่องรอยกระสุนปืน และการทำผังแสดงจุดเกิดเหตุ นั้นเป็นประโยชน์ทั้งหมด ยกเว้น แนววิถีกระสุนปืน ไม่สามารถ หาจุดยืนยิงได้ จึงไม่ครบองค์ประกอบ และ พลตำรวจเอกศรีวราห์ ให้ความเห็นควรนำออก ไป
ทั้งสองได้พูดคุยกันเหมือนพี่น้อง ส่วนนายชัยวัฒน์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นับถือท่านศรีวราห์ เหมือนพี่ เพราะเคยสอนงาน เรื่องการดำเนินคดี มามาก จึงไม่เคยคิดติดใจ อะไรที่ท่าน อาจจะดุ เพราะจริงแล้ว อาจเป็นการสอนในเรื่องการทำงาน และยังบอกอีกว่า ท่านศรีวราห์ ห้ามไปดุ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เพราะ จนท คนอื่นไม่เคยทำงานกับท่าน อาจจะดูว่าท่าน เป็นคนเสียดัง และบอกอีกว่า ท่านศรีวราห์ สามารถ ดุ ได้ แต่ดุได้เฉพาะ ตนเท่านั้น คนอื่นห้ามดุ
สุดท้ายได้สรุป และส่งเอกสารเพิ่มเติม บรรยายพฤติการณ์ในการเข้ามาเพื่อล่าสัตว์ โดยการเตรียม อุปกรณ์ ปืน มีด และเกลือ ซึ่งของพวกนี้ คือ เตรียมมาเพื่อร่วมกันล่า กันอยู่แล้ว พร้อมทั้ง มอบแผนผังแสดง จุดเกิดเหตุ และเมื่อได้ตรวจสอบกับแผนที่ ของ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน นั้นตรงกัน เป็นเอกสาร 28 หน้า และขอยืนยันว่า เรื่องความขัดแย้ง ทั้งสองหน่วยงานนี้ ไม่มีแน่ เพราะกรมอุทยานแห่งชาติฯ นี้ มีเป้าหมาย เพื่อ หาหลักฐาน มามัดตัวผู้ต้องหา เพื่อให้ถูกลงโทษ ตามกฏหมาย ต่อไป